[HanaKuro] Akatsuki no ito ll 02

posted on 06 Sep 2015 00:53 by uxmishiz in HanaKuro directory Fiction

 

 

 

 

 

 

 

(Akatsuki no Ito)

Fandom : Kuroko no Basuke

Pairing : Hanamiya Makoto X Kuroko Tetsuya

Rating : PG

Story by : CoffeeMate in D

 

 

 

 

 

 

 

[02]

 

 

 

 

 

 

 

พูดถึงฮานามิยะ  มาโคโตะ....คุโรโกะก็นึกขึ้นได้ว่ามันมีเรื่องผิดปกติบางอย่าง 

 

 

หากเขาไม่ได้คิดไปเอง  ความแปลกของฮานามิยะ  มาโคโตะคงเริ่มต้นครั้งแรกหลังจากแมทซ์ที่เซย์รินเจอกับคิริซากิไดอิจิในการแข่งขัน Winter cup ปีที่ผ่านมา  ในตอนที่คุโรโกะบังเอิญเดินไปเจออีกฝ่ายหน้าตู้กดน้ำอัตโนมัติขณะที่เดินกลับไปเอาผ้าขนหนูที่ลืมไว้ในห้องล็อกเกอร์

 

ฮานามิยะ  มาโคโตะเป็นคนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกโกรธได้อย่างจริงจัง  ทั้งที่คุโรโกะคิดว่าตัวเองตัดอารมณ์ทุกอย่างที่มีทิ้งไปจนกลายเป็นคนที่มีตัวตนจืดจางขนาดนี้ตั้งแต่ม.ต้นแล้วแท้ๆ  เขาไม่มีวันให้อภัยสิ่งที่อีกฝ่ายทำกับรุ่นพี่ที่นับถือได้  ไม่ใช่แค่คิโยชิคนเดียว  เพื่อนร่วมทีมของเขาแต่ละคนล้วนเจ็บตัวกันไม่มากก็น้อย  แม้แต่ตัวเขาเองก็เกือบไปแล้วเหมือนกัน  ฮานามิยะเหยียบย่ำบาสเก็ตบอลด้วยวิธีการเล่นที่สกปรก  ทั้งโกหก  หลอกลวง เล่นสนุกกับความรู้สึกของคนอื่นอย่างไม่แม้แต่จะรู้สึกผิดเลยด้วยซ้ำ  แม้อยู่นอกสนามจะสวมหน้ากากเป็นคนดีขนาดไหน  แต่ในระหว่างการแข่งขันฮานามิยะเผยธาตุแท้ออกมาให้เห็นขนาดนั้นแล้ว  เจอกันข้างนอกจึงไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันอีก  ด้วยความที่เหตุการณ์เพิ่งจบไปหมาดๆ อารมณ์ที่ตกค้างอยู่จึงค่อนข้างขุ่นข้นและยังไม่ตกตะกอน  เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเป็นใคร  คุโรโกะจึงมีสีหน้ารังเกียจอย่างไม่ปิดบัง

 

ร่างที่สูงกว่าเขา 11 เซนติเมตรกำลังกดน้ำแร่อยู่หน้าเครื่องขายอัตโนมัติ  ทีแรกคุโกะคิดจะเดินผ่านไปโดยทำเป็นไม่สนใจเพราะไม่ได้อยากเสวนากับอีกฝ่ายอยู่แล้ว  ด้วยความสามารถพิเศษของเขาคงทำได้เดินผ่านอีกฝ่ายไปได้โดยไม่ถูกสังเกตเห็น

 

 

แต่ที่ไหนได้  ฮานามิยะกลับรู้ตัว

 

 

ประโยคแรกที่ถูกส่งมาให้จากทางนั้นก็ช่างเต็มไปด้วยคำพูดเสียดสีจน 2 ขาหยุดกึกทั้งๆ ที่ไม่อยากเลยสักนิด  จากที่คิดว่าจะไม่สนใจ  แต่สุดท้ายคุโรโกะก็ตกหลุมพรางจนได้  วูบหนึ่งเขารู้สึกเกลียดอีกฝ่ายเข้าจับใจ  ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า  ท่าทาง  รอยยิ้ม  หรือแม้แต่แววตาของอีกฝ่าย  ฮานามิยะเป็นคนประเภทที่คุโรโกะเกลียดที่สุด  และดูเหมือนว่าเขาก็จะเป็นคนประเภทที่อีกฝ่ายเกลียดด้วยเช่นกัน  เราทั้งคู่ต่างมีนิสัยต่างกันสุดขั้ว  เหมือนน้ำกับไฟที่เจอกันเมื่อไหร่ไม่ใครก็ใครต้องพังทลายกันไปสักข้าง

 

 

ทั้งที่เซย์รินชนะในการแข่งขันแท้ๆ  แต่คำพูดของฮานามิยะที่จงใจพาดพิงถึงคิโยชิเพื่อให้เขารู้สึกเจ็บปวดก็ได้ผลมากเสียจนคุโรโกะต้องกำมือแน่นเพื่อระงับอารมณ์  เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังถึงขีดจำกัด  ผู้เล่นมายาของเซย์รินก็เลือกเดินหนีก่อนที่ตัวเองจะเผลอตัวอิกไนต์พาสใส่อีกฝ่ายให้กลายเป็นประเด็นเดือดร้อนขึ้นมาจริงๆ

 

 

“เดี๋ยวสิ  จะรีบไปไหน”

 

 

มือใหญ่ที่รั้งต้นแขนไว้พร้อมกับน้ำเสียงปนหัวเราะอย่างสาสมใจทำให้ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนเกือบจะควบคุมความเยือกเย็นไม่อยู่  คุโรโกะหันขวับกลับมา  แต่ก่อนจะลงมือทำอะไรสักอย่างลงไปจริงๆ  ภาพในสมองก็ทำให้หัวที่ร้อนจัดด้วยความโกรธเย็นลงได้ด้วยความคิดบางอย่างที่ผ่านเข้ามา

 

คุโรโกะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติอีกครั้ง  ก่อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

 

 

“ถ้าวันนึงคุณเรียนรู้วิธีที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขได้โดยไม่ต้องใช้อย่างอื่นมาเป็นข้ออ้างก็คงจะดีนะครับ  ฮานามิยะซัง”

 

 

 

ภาพที่วูบขึ้นมาในห้วงความคิดของคุโรโกะ  คือ Tear drop ลูกนั้น

 

ลูกชู้ตสุดท้ายที่ฮานามิยะชู้ตในสนาม

 

 

 

มันทั้งสวยงามและสมบูรณ์แบบ  ลูกชู้ตที่ทำให้เห็นความพยายามและความทุ่มเทที่มีให้ต่อบาสเก็ตบอล  มันทำให้เขารู้ว่า  แม้อีกฝ่ายจะใช้วิธีสกปรกอย่างนั้น  แต่ฮานามิยะก็เป็นคนหนึ่งที่ฝึกซ้อมอย่างหนัก  หากตัดเรื่องวิธีการออกไป  นับว่าคิริซากิเซไดเป็นนักกีฬาที่เล่นบาสเก็ตบอลอย่างจริงจังทีมหนึ่งเหมือนกัน

 

เพราะการเล่น Rough play นั้น  ไม่ใช่ใครที่ไหนก็ทำได้  จุดเด่นของคิริซากิอิจิ  คือไม่ว่าจะเล่นสกปรกแค่ไหร่ก็ไม่เคยถูกกรรมการจับได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว  การจะทำแบบนั้นได้ต้องอาศัยดวงตาที่เฉียบคมมาก  ไหนจะการสตีลของอีกฝ่าย  ฮานามิยะต้องจับตามองการเคลื่อนไหวของผู้เล่นทุกคนในสนาม  ต้องอาศัยการวางแผน  มันสมองที่ดี  การฝึกซ้อมอย่างเข้มงวดและความเชื่อใจซึ่งกันและกัน

 

มองเผินๆ แล้วแทบไม่ต่างอะไรกับเซย์ริน  เพียงแต่คิริซากิไดอิจิใช้พรสวรรค์และความพร้อมทางด้านกีฬานั้นในทางที่ผิดเท่านั้นเอง

 

 

ทั้งที่มีทุกอย่างอยู่แล้วแท้ๆ  แต่กลับไม่ยอมรับออกมาตรงๆ  ต้องหาอย่างอื่นมาเป็นข้ออ้างในการเล่นบาสต่อไป

 

คุโรโกะรู้ดีว่าการฝึกซ้อมย่อมมีความเหนื่อยล้า  แม้จะเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในด้านนี้แค่ไหนก็ไม่มีการยกเว้น  หากแค่อยากเห็นความทุกข์ของคนอื่นละก็  วิธีที่ง่ายกว่านี้มีอีกตั้งเยอะแยะ  การที่คิริซากิอดทนกับการฝึกซ้อมที่เข้มงวดจนแทบจะอ้วกออกมาได้ทุกวันๆ  หากไม่ใช่เพราะว่ารักที่จะเล่นบาสเก็ตบอล  ก็คงไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรแล้ว

 

 

คุโรโกะถึงได้พูดออกไปอย่างนั้น  ครึ่งหนึ่งเป็นความรู้สึกจริงๆ  อีกครั้งเป็นอารมณ์ประชดประชัน  ทีแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะโกรธและตอบกลับด้วยคำพูดแรงๆ อย่างที่ควรเป็น  แต่กลับไม่ใช่

 

 

ความเงียบที่เกิดขึ้นนานทำให้ใบหน้าที่เชิดขึ้นน้อยๆ อย่างถือดีของคุโรโกะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นงุนงง  เมื่อมองดูให้ดีก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังตกใจอะไรอยู่ก็ไม่รู้

 

 

ฮานามิยะเบิกตากว้าง  อ้าปากค้างนิดๆ  นิ่งงันราวกับหยุดหายใจไปแล้ว

 

เหมือนเห็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อจนทำให้อีกฝ่ายตกใจถึงขนาดหลุดสีหน้าแบบนั้นออกมาให้คุโรโกะเห็นอย่างลืมตัว  มือที่จับอยู่บนต้นแขนของคนตัวเล็กกว่าบีบแน่นจนรู้สึกได้  พอเห็นอีกฝ่ายเป็นแบบนั้นแล้ว  คุโรโกะเองก็ตกใจไปด้วย

 

 

“ฮานา....มิยะซัง..?”

 

 

กัปตันทีมควบตำแหน่งโค้ชของคิริซากิไดอิจิสะดุ้งเฮือกเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว  ฮานามิยะปล่อยต้นแขนของคุโรโกะทันควันราวกับกำลังจับของร้อน  ทิ้งมือลงที่ข้างลำตัว  ในระหว่างที่คนตัวเล็กกว่ายังงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น  ฮานามิยะก็หมุนตัวหันหลับกลับแล้วเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีกเลย

 

 

นับจากวันนั้น  คุโรโกะก็ไม่เคยพูดอะไรอะไรกับฮานามิยะอีกเลย  ไม่เพียงแต่ฮานามิยะเท่านั้น  ดูเหมือนว่าคิริซากิไดอิจิทั้งทีมจะพากันหลบหายจากสายตาของเขาอย่างพร้อมเพรียง  ตอนดูการแข่งขันของคู่อื่นก็จะเลือกนั่งฝั่งที่ไกลจากเซย์รินที่สุด  ตอนที่สวนกันตรงทางเดิน  หากมีทางให้หลบอีกฝ่ายก็จะเดินหนีไปเลย  หรือถ้าหลบไม่ได้ก็จะทำเป็นเหมือนมองไม่เห็นพวกเขาอย่างในวันนี้  แม้คุโรโกะจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น  แต่ถ้าจะว่ากันจริงๆ แล้ว  นี่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีอย่างหนึ่งเหมือนกัน

 

ฮิวงะเซมไปบอกว่าที่อีกฝ่ายทำแบบนี้อาจเป็นเพราะรู้สึกผิดเรื่องที่ทำกับคิโยชิเซมไปขึ้นมาก็ได้  คุโรโกะไม่รู้สึกว่าเป็นอย่างนั้น  หากก็ไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไรกันแน่  เพียงแต่บางอย่างในความรู้สึกเขาบอกว่า  เหตุผลในการแสดงออกที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของคิริซากิไดอิจิ  บางทีอาจมาจากท่าทางแปลกๆ ของฮานามิยะในวันนั้นก็เป็นได้

 

 

 

 

การเข้าค่ายครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นอย่างราบรื่น  หลังจากเก็บกระเป๋าในห้องพักและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย  สต๊าฟก็นำทางพวกเขาไปที่โรงยิมใหญ่  (ซึ่งอยู่บนเขาอย่างที่คุโรโกะคิดเอาไว้จริงๆ เสียด้วย)  ที่นั่นมีนักกีฬามากมายจากโรงเรียนที่มาถึงก่อนหน้า  คุโรโกะได้เจอกับทีมโซโฮ  โทโอ  รวมไปถึงชูโตคุที่เจอกันแล้วเมื่อครู่นี้ที่ลานจอดรถ  ทักทายกันครึ้กครื้นจนกลายเป็นงานเลี้ยงรุ่นย่อมๆ เลยทีเดียว  โรงยิมของที่นี่แยกออกเป็น 3 หลัง  โรงยิมใหญ่ 1 หลัง  และเล็กอีก 2 หลัง  ขณะนี้พวกเขากำลังอยู่ในโรงยิมใหญ่  ที่แม้จะมีพื้นที่กว้างขวางแต่เมื่อมีคนมากๆ มารวมกันก็ดูเล็กไปถนัดตา  ระหว่างรอฟังกำหนดการของทั้ง 5 วัน  คุโรโกะเห็นกลุ่มของคิริซากิไดอิจิอยู่ระหว่างผู้คน  นักกีฬาคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ตัวจริงของคิริซากิไดอิจิมีการหันไปคุยกับโรงเรียนอื่นๆ บ้าง  แต่มีเพียงแค่ 5 คนเท่านั้นที่บรรยากาศดูแบ่งแยกออกมาอย่างชัดเจน  เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางระหว่างตัวเองกับคนอื่นๆ  แต่อีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยใส่ใจกับมันเท่าไหร่  คนนึงยืนหลับ  อีก 2 คนคุยกันเอง  อีกคนหนึ่งยืนเคี้ยวหมากฝรั่งไม่สนใจใคร  ส่วนเด็กหนุ่มผมสีดำที่ควบตำแหน่งทั้งโค้ชและกัปตันทีมของคิริซากิไดอิจิยืนล้วงกระเป๋ามองตรงไปด้านหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งนั้น

 

 

ในวันแรกเป็นการแยกฝึกซ้อมตามแต่ละโรงเรียนก่อน  โรงยิมมีด้วยกันทั้งหมด 3 หลัง  แต่ละโรงเรียนก็กระจายกันแยกซ้อมไป  วันพรุ่งนี้จึงจะเป็นการซ้อมโดยจับกลุ่มเฉพาะคนที่อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน

 

เซย์รินอยู่โรงยิมกลางซึ่งใหญ่ที่สุด  ร่วมกับโรงเรียนอื่นอีก 4 โรงเรียนที่เหลือ  คิริซากิไดอิจิแยกไปอีกที่หนึ่ง  จึงทำให้นอกจากในลานจอดรถกับพิธีเปิดตอนเช้าแล้ว  คุโรโกะก็ไม่มีโอกาสได้เจอกับฮานามิยะอีกเลย  จนกระทั่งหลังอาบน้ำเสร็จในตอนค่ำ  ขณะที่กำลังจะเดินกลับห้องแล้วบังเอิญสวนทางกับคิริซากิไดอิจิบนระเบียงทางเดินแคบๆ ที่ไม่มีทางให้เบี่ยงหลบไปตงไหนได้เลย

 

คุโรโกะขยับตัวเลื่อนไปชิดริมผนังเพื่อไม่ให้เดินชนกัน  เขาเดินช้าๆ  กะจะรอจังหวะให้คนกลุ่มนั้นเดินผ่านไปก่อน  ปฏิกิริยาที่ดูเป็นปกติมากๆ ของอีกฝั่งทำให้คุโรโกะคิดว่าคงไม่มีใครสังเกตเห็นเขา  แต่ในวินาทีนั้นกลับรู้ว่าไม่ใช่  เมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลอมเทาของใครคนหนึ่งโดยบังเอิญ

 

เป็นช่วงเวลาเพียงวินาทีเดียวเท่านั้นที่เขาสบตากับฮานามิยะ  มาโคโตะ  แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายมองเห็นเขาเช่นกัน  อาจจะตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำ  แต่เหมือนกับในลาดจอดรถนั่น....อีกฝ่ายเบือนสายตาไปทางอื่นโดยไม่ได้พูดหรือแสดงอารมณ์ใดๆ  ปฏิกิริยาแบบนั้นทำให้คุโรโกะมั่นใจได้ว่าเขาไมได้คิดไปเอง  จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่...ฮานามิยะ  มาโคโตะกำลังหลบหน้าเขาอยู่จริงๆ

 

 

คิริซากิไดอิจิเดินผ่านกันไปหมดแล้วและทั้งระเบียงทางเดินเหลือแค่เขาอยู่คนเดียว  ผู้เล่นมายาของเซย์รินเอียงคอนิดๆ  รู้สึกประหลาดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น   แต่เพียงครู่เดียวก็ปัดมันออกไปจากความคิด

 

                                                                             

 

 

คืนนั้นเมื่อคุโรโกะเข้านอน...ทั้งที่คิดว่าความเหนื่อยล้าในวันนี้คงทำให้สลบเป็นตายทันทีที่หัวถึงหมอน  แต่เมื่อหลับตาลง  ความฝันที่เขาคิดว่าคงไม่ย้อนมาอีก...กลับปรากฏให้เห็นอีกครั้ง

 

 

 

ป่าสีแดงฉาน...ชายหนุ่มปริศนา...และความตายของตัวเขาเอง

 

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++