[HanaKuro] Akatsuki no ito ll 01

posted on 30 Aug 2015 19:32 by uxmishiz in HanaKuro directory Fiction

 

 

 

 

(Akatsuki no Ito)

 

 

Fandom : Kuroko no Basuke

Pairing : Hanamiya Makoto X Kuroko Tetsuya

Rating : PG

Story by : CoffeeMate in D

 

 

 

 

 

「君が覚えていなくても、きっと巡り合えるだろう。桜の下・・・」

 

 

 

 

 

ไฟ.....

 

มีแต่ไฟเต็มไปหมด

 

 

ท้องฟ้าเป็นสีแดงเจิดจ้าจนราวกับจะลุกไหม้   ทั้งที่รู้ว่าไม่ใช่เรื่องจริง  แต่ความร้อนที่สัมผัสได้ทั้งที่อยู่ในความฝันทำให้รู้สึกอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก 

 

 

เขากำลังวิ่งหนี....กำลังหนีอะไรบางอย่าง

 

 

ท่ามกลางเปลวไฟที่โหมเข้ามาทุกทาง  ขาที่วิ่งอย่างสะเปะสะปะสะดุดกิ่งไม้บ้าง  ก้อนหินบ้าง  รองเท้าสานจากกกเชือกขาดกระเด็นไปไกล  เสียงโหวกเหวกโวยวายตามมาด้านหลังปะปนกับเสียงฝีเท้าม้าหลายตัว  กดดันให้ลืมความเจ็บ  ได้แต่บอกตัวเองให้กัดฟันมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ....ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่ 2 ขานี้จะไปไหว

 

แต่ไปได้เพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น  พอหลุดออกจากพุ่มไม้เล็กๆ  ร่างทั้งร่างก็หยุดชะงัก  เมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ผืนดินแต่กลับตัดดิ่งลงไปเป็นหน้าผาสูงชัน  หมู่บ้านที่มองเห็นอยู่เบื้องล่างถูกเปลวไฟเผาไหม้ทั้งหมด  พริบตาเดียวเท่านั้นคนที่ตามมาด้านหลังก็ไล่กวดทัน  ชายร่างสูงใหญ่ใส่ชุดเกราะเต็มยศกระโดดลงมาคว้าแขนเขาไว้แล้วกระชากโดยแรงหมายจะให้ไปด้วยกัน

 

 

เขาอยู่ในร่างของใครคนหนึ่ง  มองผ่านสายตาคนผู้นั้นเห็นตัวเองกำลังดิ้นรนขัดขืนอยู่ตรงขอบเหว  ในป่าที่ถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดงของไฟ  ระหว่างนั้นความวุ่นวายอีกอย่างหนึ่งก็กำเนิดขึ้นมา  เมื่อชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นพร้อมดาบเล่มยาวตรงเข้าต่อสู้กับทหารหลายคนที่รายล้อมรอบด้าน

 

พริบตาเดียวเท่านั้นที่ทหารคนอื่นถูกสังหารจนหมด  เหลือเพียงคนที่จับข้อมือของเขาไว้ที่คำรามก้อง  ชักดาบออกจากฝัก  พุ่งเข้าโจมตี  ชายหนุ่มร่างโปร่งที่เขามองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจนนักยกดาบขึ้นรับทั้งที่บาดแผลเต็มร่าง  ทำอะไรไม่ได้นอกจากปัดป้องคมดาบเพราะกลัวจะพลาดมาโดนเขา  มองเห็นแววตาทรงประกายกล้าทั้งที่มีสีหน้าเหนื่อยอ่อนของชายหนุ่มตรงหน้าแล้ว  วูบหนึ่งในใจก็มีความเด็ดเดี่ยวผุดขึ้นมาแทนที่ความกลัว  เขารู้สึกได้ว่าตัวเองดึงมีดเล่มเล็กที่เหน็บอยู่กับเอวออกมาจ้วงแทงลงไปที่สีหน้าของชายที่จับกุมเขาเอาไว้เต็มแรง

 

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังก้อง  ดวงตาแดงก่ำแฝงความอาฆาตมาดร้ายหันกลับมามองวาววาบ  ก่อนมันจะเป็นวินาทีที่รวดเร็วจนไม่ว่าใครก็ตั้งตัวไม่ทัน

 

มือกร้านที่จับข้อมือเขาเอาไว้สะบัดเต็มแรงด้วยความโกรธ  ส่งร่างเล็กหงายลงไปยังหน้าผา  ขากระเด็นถอยหลัง 2-3 ก้าว  พลาดเหยียบลงไปบนความว่างเปล่าก่อนจะเสียหลักร่วงหล่นลงไป

 

คนที่เขามองไม่เห็นใบหน้าพุ่งตัวเข้ามาหาแล้วยื่นมือออกมาราวกับจะคว้าไว้  แต่ไม่ทันเสียแล้ว

 

ขณะที่กำลังร่วงหล่นลงไปในก้นหุบเขาที่กำลังลุกไหม้  เขามองเห็นชายผู้นั้นเบิกตากว้าง  ขยับริมฝีปากตะโกนอะไรสักอย่างจนสุดเสียง

 

 

 

“....................!!!!!!!!!!!!!”

 

 

 

เสียงที่เขาไม่ได้ยิน

 

 

 

 

                                   

 

 

 

 

 

แล้วคุโรโกะ  เทตสึยะก็ลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงของเขาเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

[ 01 ]

 

 

 

 

 

 

“วันนี้ดูลอยๆ กว่าทุกทีนะ  คุโรโกะ”

 

“..........ครับ?”

 

 

เมื่อวางกระเป๋าลงบนพื้นรวมกันกับของคนอื่นๆ  คำถามที่ไม่มีที่มาที่ไปก็ดังลอยมาจากฮิวกะ  จุนเป...กัปตันทีมบาสเก็ตบอลโรงเรียนเซย์รินที่ยืนกอดอกอยู่แถวๆ นั้น

 

คุโรโกะ  เทตสึยะเงยหน้าขึ้น  ดูงงๆ อยู่เล็กน้อยจนฮิวกะต้องขยายความซ้ำ

 

 

“ขอบตาคล้ำเชียว  เดินก็ดูเซๆ เหมือนไม่ค่อยมีเรี่ยวมีแรงเลย  เข้าค่ายคราวนี้ตั้ง 5 วันเชียวนะ  จะไหวหรือเปล่า”

 

“อา.....”

 

 

พออีกฝ่ายอธิบายถึงได้เข้าใจในที่สุด

 

 

“เมื่อคืนนอนหลับไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่  เลยเหมือนจะยังง่วงนอนอยู่นิดหน่อยน่ะครับ”

 

“งั้นเหรอ  ถ้าไหวก็แล้วไป  ระหว่างทางก็นอนเอาแรงในรถเอาแล้วกัน”

 

 

สั่งเสร็จฮิวงะก็หันไปดูแลทางอื่นต่อ  ทิ้งให้คุโรโกะยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

 

 

ร่างที่ค่อนข้างจะบางกว่านักกีฬาทั่วๆ ไปเหม่อมองก้อนเมฆที่ลอยเอื่อยอยู่บนท้องฟ้าเงียบๆ  พอไม่ได้พูดอะไรกับใครก็ไม่มีสมาชิกในทีมคนไหนสนใจเขาเลยแม้แต่คนเดียว  ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องปกติที่เจอจนชินเสียแล้ว

 

ไม่ใช่เพราะมีปัญหาอะไรกับเพื่อนร่วมทีม  แต่เป็นเพราะตัวตนที่ค่อนข้างจืดจางของคุโรโกะต่างหากที่ทำให้ไม่ค่อยมีใครรู้สึกถึงตัวตนของเขามาแต่ไหนแต่ไร  ตอนขามาบังเอิญเจอฟุริฮาตะหน้าปากทางเข้าโรงเรียน  เดินไปคุยกันไประหว่างที่เดินมาที่นี่เลยทำให้คนอื่นๆ สังเกตเห็นได้ง่าย  แต่ตอนนี้ที่ฟุริฮาตะแยกตัวไปคุยกับพวกฟุคุดะกับคาวาฮาระแล้ว  ส่วนฮิวงะก็หันไปจัดการเรื่องอื่น  รอบกายของคุโรโกะจึงไม่มีใครสนใจเขาเลย  แม้แต่เด็กปี 1 ที่เข้าชมรมมาใหม่เพราะชื่นชอบคุโรโกะเซมไปเอง  ยังยืนจับกลุ่มหัวเราะกันโดยไม่มีทีท่าว่าจะมองเห็นเขาแม้แต่คนเดียว

 

ขณะนี้คุโรโกะ  เทตสึยะเป็นนักเรียนม.ปลายปี 2  การแข่งขัน Interhigh เพิ่งผ่านไปหมาดๆ พร้อมกับชัยชนะครั้งที่ 2 ของเซย์ริน  ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในช่วงของวันหยุดฤดูร้อนและกำลังจะเดินทางไปเก็บตัวเข้าค่ายฝึกซ้อมที่จัดขึ้นระหว่างโรงเรียนที่อยู่ในเขตคันโตเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขัน Winter cup ครั้งต่อไป

 

 

ผู้เล่นมายาของเซย์รินยืนเหม่อคนเดียวอยู่ครู่ใหญ่  สายลมที่พัดผ่านแก้มไม่ค่อยช่วยทำให้รู้สึกเย็นเท่าไหร่นัก  เสียงจักจั่นที่ดังระงมอยู่รอบข้างยิ่งเพิ่มความรู้สึกร้อนจนชักจะอยากกินวนิลาเชคหวานๆ เย็นๆ ให้ชื่นใจ  แต่กระนั้นท้องฟ้าที่มองเห็นอยู่ตอนนี้ก็ยังเป็นสีฟ้าใส  มีเมฆขาวก้อนใหญ่ลอยผ่าน  เสียงจักจั่นแม้จะดังจนน่ารำคาญแต่ก็รู้สึกได้ถึงความมีชีวิตชีวา  เสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมทีมที่แม้ยืนห่างออกไปแต่ก็ยังได้ยิน

 

 

ไม่เหมือนเมื่อคืนในความฝัน

 

 

อากาศร้อนแต่ก็รู้สึกเย็นกว่าในป่าที่กำลังลุกไหม้  ฟ้ากว้างแดงฉานราวกับกองไฟ  ไม่มีเสียงสัตว์เลยสักตัว  มีแต่เสียงไม้ที่โดนไฟจนปะทุ  ฝีเท้าม้าที่วิ่งตามมาข้างหลัง  เสียงดาบที่กระทบกัน....ความฝันที่มีแต่ความตาย

 

 

เป็นธรรมดาที่คนเราจะใจหายเมื่อตื่นขึ้นมาจากฝันที่ไม่ค่อยจะดีนัก  ความรู้สึกเหมือนตกจากที่สูงตอนที่ร่างทั้งร่างหล่นลงมาจากหน้าผาจนตกใจตื่นทำให้คุโรโกะนอนไม่หลับอีกเลย

 

แต่ความฝันทำนองนี้ใครก็มีได้  แปลกหน่อยก็อาจจะเป็นเรื่องที่ว่าเขาไม่เคยฝันถึงอะไรแนวนี้มาก่อน  นิยายที่อ่านก็ไม่ค่อยมีเรื่องไหนที่คล้ายๆ แบบนี้  มันดูเป็นเรื่องเป็นราวจนเหมือนฉากหนึ่งในภาพยนตร์  แต่คุโรโกะคิดว่ามันอาจเกิดจากความตื่นเต้นที่จะได้เข้าค่ายเก็บตัวอีกครั้ง  บวกกับความเหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อมทำให้นอนหลับไม่สนิทจนฝันร้าย  แม้จะไม่ค่อยชอบความรู้สึกตอนตื่นจากฝันเท่าไหร่  แต่เขาก็เพิ่งเคยเป็นแบบนี้ครั้งแรก  และความฝันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเหมือนกันได้ทุกๆ คืนเสียด้วย  ไม่แน่ว่าคืนนี้เขาอาจจะเปลี่ยนไปฝันอย่างอื่น  หรืออาจจะเหนื่อยจัดจนสลบไปเอง  ไม่ฝันถึงอะไรเลยก็ได้  เพราะฉะนั้นคุโรโกะจึงไม่ค่อยใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเท่าไหร่

 

 

“ทุกคน  มาพร้อมแล้วหรือยัง?”

 

 

เสียงตบมือดังๆ ของไอดะ  ริโกะเรียกให้เขาเลิกจากการแหงนหน้ามองท้องฟ้ากลับมาให้ความสนใจกับรุ่นพี่ที่ยืนอยู่หัวแถวเหมือนเดิม  นัยน์ตาสีฟ้ากวาดไปโดยรอบ  มองไม่เห็นร่างเด่นสะดุดตาของคู่หูก็ตั้งใจจะบอกรุ่นพี่  แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากรุ่นน้องคนหนึ่งก็ยกมือขึ้นพูดขึ้นมาก่อน

 

 

“ยังไม่เห็นคางามิเซมไปเลยครับ”

 

“ชิ!  ไอ้เจ้าบากะงามิ  มาช้าสุดอีกแล้วสินะ”

 

“คุโรโกะเซมไปก็ยังไม่เห็นครับ”

 

“พูดอะไรของนาย  คุโรโกะก็ยืนอยู่ตรงนั้นไงละยะ”

 

“เหวอ!!”

 

 

ว่าแล้วว่าต้องไม่มีใครสังเกต 

 

หลังจากรุ่นน้องคนที่ว่าหันกลับมาเห็นคุโรโกะที่แล้วร้องเสียงหลงไปแล้ว  ไอดะ  ริโกะก็ถอนหายใจพลางตบมืออีกครั้ง

 

 

“ยังมาไม่ครบก็ไม่เป็นไร  จะขอพูดอะไรก่อนสักหน่อยแล้วกันนะ”

 

 

โค้ชสาวยกแขนขึ้นเท้าเอว

 

 

“อย่างที่ทุกคนรู้กันแล้วว่าการเข้าค่ายครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จะรวมโรงเรียนที่อยู่ในเขตโตเกียวทั้งหมด  ซึ่งนั่นก็จะมีโรงเรียนที่เราอาจจะยังไม่เคยเจอ  หรือโรงเรียนที่ได้เจอกันบ่อยๆ ในการแข่งขันที่ผ่านมาแล้วอย่างชูโตคุ  โทโอหรือเซย์โฮ  และแน่นอนว่า....1  ในนั้นมีคิริซากิไดอิจิ”

 

 

ชื่อโรงเรียนสุดท้ายที่ริโกะเอ่ยออกมาจากปากสร้างความรู้สึกหลากหลายให้เกิดขึ้นบนใบหน้าของเหล่าสมาชิกทีมบาสเซย์ริน  รุ่นน้องบางส่วนที่ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นก็จะมีสีหน้างงๆ  แต่สมาชิกเก่าทุกคนเมื่อได้ยินชื่อคิริซากิไดอิจิก็ล้วนแต่ปรากฏความไม่พอใจบนสีหน้าไม่มากก็น้อยกันทั้งนั้น  โดยเฉพาะกัปตันทีมฮิวงะ  จุนเปที่แสดงอาการชักสีหน้าออกมาอย่างไม่มีปิดบังเลยทีเดียว

 

 

“เรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วฉันจะไม่ขอพูดถึงแล้วกัน  แต่จะพูดเรื่องต่อจากนี้ต่างหาก  ทุกคนคงรู้ดีว่าการเข้าค่ายฝึกร่วมกันครั้งนี้เป็นงานใหญ่  มีโรงเรียนที่มาเข้าร่วมด้วยมากมาย  ทำอะไรก็ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี  จะก่อเรื่องจนโรงเรียนเสียชื่อเสียงไม่ได้เด็ดขาด”

 

 

ประโยคต่อไปเด็กสาวหันไปพูดกับกัปตันทีมที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ข้างๆ

 

 

“เข้าใจหรือเปล่า  ห้ามไปหาเรื่องเขาก่อนเชียวนะยะ!!”

 

“รู้แล้วน่า”

 

 

ฮิวงะ  จุนเปพึมพำทั้งที่ยังมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ชัดเจน  ริโกะถอนหายใจนิดๆ  จังหวะนั้นมองเห็นคางามิถือกระเป๋ากระหืดกระหอบวิ่งตัดสนามมาพอดี  เธอจึงตบมืออีกครั้งแล้วเอ่ยเสียงดังฟังชัด

 

 

“มาครบกันหมดแล้วสินะ  ทุกคนหยิบกระเป๋าของตัวเองแล้วเดินตามมาขึ้นรถได้  ตรวจเช็คให้ดีว่าไม่ลืมอะไรเอาไว้ด้วยนะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

คิริซากิไดอิจิโคโคว....โรงเรียนลูกคุณหนูที่รวมเอาเหล่านักเรียนหัวดีบ้านมีฐานะมาไว้ด้วยกัน  โดยส่วนใหญ่จะเน้นด้านวิชาการมากกว่ากีฬา  แต่ทีมบาสของโรงเรียนนี้ก็มีความสามารถขนาดที่ติด 1 ใน 8 ทีมที่ดีที่สุดของสายโตเกียว  ผ่านเข้ารอบการแข่งขันใหญ่ๆ อย่าง Winter cup หรือ Interhigh ไปได้ไกลพอสมควร 

 

แต่นอกจากความสามารถด้านกีฬา  ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทำให้คิริซากิไดอิจิมีชื่อเสียงโด่งดังจะมาจากข่าวลือไม่ดีๆ ของทางนั้นเสียมากกว่า  ตั้งแต่เรื่องที่ว่าทุกการแข่งขันของคิริซากิจะต้องมีนักกีฬาฝั่งตรงข้ามได้รับบาดเจ็บคน 2 คนเสมอ  โดยเฉพาะสมาชิกที่มีความสำคัญกับทีมนั้นๆ   การเล่นสกปรก  อาศัยมุมอับสายตาของกรรมการใช้ความรุนแรงกับนักกีฬาฝั่งตรงข้ามหรือที่เรียกว่า “Rough Play”  ของคิริซากิไดอิจิก็เคยเกิดขึ้นกับเซย์รินมาก่อนเช่นกัน  และก็รุนแรงจนถึงขนาดทำให้รุ่นพี่คนสำคัญของพวกเขาคนหนึ่งต้องบินไปรักษาตัวที่อเมริกาหลายเดือน  แม้การผ่าตัดจะเป็นไปด้วยดีแต่ก็ต้องใช้เวลาทำกายภาพบำบัดอีกนานกว่าจะกลับมาเล่นบาสได้อีกครั้ง  เรียกได้ว่าปิดตายเส้นทางการเล่นบาสเก็ตบอลในระดับม.ปลายไปเลยทีเดียว  เพราะสาเหตุนี้จึงทำให้เซย์รินไม่ค่อยถูกชะตากับคิริซากิไดอิจิเท่าไหร่  โดยเฉพาะกับฮิวงะที่เรียกได้ว่าเจอเมื่อไหร่ก็พร้อมจะปรี่เข้าไปมีเรื่องได้ตลอดเวลาทีเดียว  อย่างเมื่อสักครู่นี้  แค่มีคนพูดชื่อคิริซากิไดอิจิขึ้นมา  กัปตันทีมเซย์รินก็ชักสีหน้าอย่างไม่พอใจแล้ว

 

สำหรับคุโรโกะนั้น  แม้เขาจะเกลียดแนวคิดและวิธีเล่นบาสของอีกฝั่ง  โดยเฉพาะการเห็นความทุกข์ของคนอื่นเป็นเหมือนน้ำผึ้งที่แสนหวานของฮานามิยะ  มาโคโตะที่เป็นกัปตันทีมโรงเรียนนั้นก็ตาม  แต่ด้วยนิสัยที่ไม่ค่อยชอบความรุนแรง  เรื่องเจอหน้าแล้วเดินเข้าไปท้าตีท้าต่อยคงไม่มีอยู่แล้ว  อีกอย่างเซย์รินกับคิริซากิก็ไม่ใช่โรงเรียนที่มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกันแต่อย่างใด  หลังจาก Winter cup ครั้งนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีก  Interhigh คราวนี้อีกฝ่ายก็ตกรอบไปก่อนที่จะได้มาเจอกับพวกเขา  คุโรโกะจึงไม่ได้เจอกับฮานามิยะอีกเลย  ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นเรื่องดี

 

 

ดังนั้น  นี่จึงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมา  ที่เซย์รินจะต้องเผชิญหน้ากับคิริซากิไดอิจิอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  แม้การเข้าค่ายเก็บตัวครั้งนี้จะมีหลายโรงเรียนเข้าร่วม  แต่เวลาตั้ง 5 วัน  ไม่ว่ายังไงก็ต้องมีสักครั้ง 2 ครั้งที่ต้องฝึกซ้อมร่วมกันคนพวกนั้นอย่างช่วยไม่ได้  สมาชิกเก่าๆ ของทีมแม้จะโกรธแค้นแทนคิโยชิขนาดไหนแต่เรื่องการควบคุมอารมณ์นั้นไม่น่าเป็นปัญหา  แต่กลับกัน  ปี 1 ที่เข้าใหม่บางคนอาจเลือดร้อนเกินไปจนทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังและจะเกิดความวุ่นวายได้  ริโกะจึงออกปากเตือนเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ

 

 

เดินทางด้วยรถบัสออกจากโรงเรียนมา  ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงก็ถึงเรียวกังขนาดใหญ่ซึ่งใช้เป็นสถานที่เข้าค่ายในคราวนี้   โรงแรมแบบญี่ปุ่นกึ่งไม้กึ่งปูนออกแบบมาอย่างสวยงาม   มีอาณาบริเวณกว้างขวาง  ด้านหลังเป็นภูเขาและป่าขนาดย่อมๆ แบบที่ชมรมบาสเซย์รินรู้สึกคุ้นเคยกับบรรยากาศแบบนี้ดี  เมื่อขนกระเป๋าลงจากรถมา  คุโรโกะมองซ้ายมองขวาเห็นลานจอดรถกว้างที่มีรถบัสมาจอดบ้างแล้ว 3-4 คัน  น่าจะเป็นรถที่มาจากโรงเรียนอื่น  กวาดสายตามองส่วนอื่นอีกแล้วก็รู้สึกสงสัยว่าทำไมไม่เห็นบริเวณที่น่าจะเป็นโรงยิมเลย  ยกเว้นแต่บนภูเขานั้นที่มียอดของอาคารหลังใหญ่ 2-3 หลังโผล่พ้นยอดไม้อยู่ไกลลิบๆ   เห็นแบบนั้นแล้วตาขวาก็เขม่นด้วยลางสังหรณ์ประหลาด

 

 

คงไม่ใช่ว่าตลอด 5 วันนี้จะต้องเดินขนลงภูเขาเพื่อไปฝึกซ้อมที่โรงยิมนั่นทุกวันหรอกนะ

 

 

ระหว่างที่กำลังรู้สึกหน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นลมกับความโหดร้ายของค่ายฝึกที่พอจะจินตนาการได้เลาๆ  รถบัสอีกคันก็ตามเข้ามาจอดทีหลังไม่ใกล้ไม่ไกลกันเท่าไหร่นัก  และนักกีฬาในชุดวอร์มสีส้มก็ค่อยๆ ทยอยเดินลงมา

 

 

“โย่!  เซย์ริน”

 

 

น้ำเสียงร่าเริงเป็นเอกลักษณ์ดังมาแต่ไกล  พร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้มของ Point Guard ที่พ่วงท้ายฉายาฮอล์คอาย....ทาคาโอะ  คาซึนาริโบกมืออยู่ไหวๆ ถัดออกไปไม่ไกลเป็นร่างสูงของเด็กหนุ่มที่กำลังใช้มือหนึ่งดันแว่น  ส่วนอีกมือมีไอเทมประหลาดจากโอฮาอาสะถืออยู่เสมอ (วันนี้เป็นดอกทานตะวัน)  คู่หูชูโตคุยังให้บรรยากาศแบบเดิม  คนนึงร่าเริงเกินไปส่วนอีกคนก็เป็นพวกไม่สนโลก  คน 2 คนที่อุปนิสัยต่างกันโดยสิ้นเชิง  แต่ไม่น่าเชื่อว่าซิงโครกันได้อย่างดีที่สุด  ทาคาโอะกับมิโดริมะตัวติดกันมาตั้งแต่ตอนปี 1  และดูท่าทางว่าคงจะเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกนาน

 

 

“โย่  คุโรโกะ  มาเร็วกันจังเลยนะ”

 

 

สมแล้วที่เป็นฮอล์คอาย  ทาคาโอะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนเท่านั้นแหละที่สามารถหาคุโรโกะเจอโดยที่เขาไม่ต้องแสดงตัวเองก่อนเลยแม้แต่นิดเดียว 

 

 

“สวัสดีครับ  ไม่ได้มาเร็วขนาดนั้นหรอกครับ  ก่อนหน้านี้ก็มีมาแล้วหลายโรงเรียนเหมือนกัน”

 

“โฮ่”

 

 

ทาคาโอะยกมือขึ้นป้องตาแล้วมองไปรอบๆ

 

 

“จริงด้วยแฮะ  พวกโทโอหรือเปล่านะ  แถวนี้ไม่มีใครอยู่เลยก็แสดงว่าคงเข้าไปข้างในกันหมดแล้วสินะ  เห็นแต่รถก็ไม่รู้ว่าคันไหนเป็นของใครเสียด้วยสิ”

 

“โฮ่ย  ทาคาโอะ”

 

 

ดูเหมือน Point Guard ของชูโตคุจะใช้เวลาในการทักทายเพื่อนต่างโรงเรียนเยอะเกินไป  คู่หูอย่างมิโดริมะจึงเรียกชื่ออีกฝ่ายขึ้นมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดนิดหน่อย

 

 

“ไปขนกระเป๋าออกมาได้แล้ว  ชักช้าเดี๋ยวก็โดนมิยาจิเซมไปดุเอาอีกหรอก”

 

“อา.....มิโดริมะคุง”

 

 

คุโรโกะโค้งตัวนิดๆ ให้กับอดีตเพื่อนร่วมทีม  มิโดริมะแม้จะมีสีหน้าหงุดหงิดอยู่ไม่เปลี่ยนแต่ก็พยักหน้ารับ

 

 

“ชินจังนี่น้า  เย็นชาจริงๆ  นานๆ เจอกันทีจะทักทายกันหน่อยก็ได้นี่นา”

 

“อย่าพูดอะไรบ้าๆ  เพิ่งเจอกันไปเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนไม่ใช่หรือไง  แล้วอีกอย่าง  มายืนอยู่ตรงนี้ก็มีแต่เสียเวลา  เดี๋ยวหลังจากนี้อีก 5 วันก็ต้องเจอหน้ากันทุกวันอยู่แล้ว”

 

 

มิโดริมะถอนหายใจ

 

 

“อีกอย่าง  ถ้านายยังไม่ขยับไปไหนละก็.....”

 

“ทาคาโอะ!!!!  โอ้เอ้ไปถึงไหน! มาขนกระเป๋าได้แล้ว  เดี๋ยวพ่อก็ถีบซะหรอก!!!!”

 

“อึ๋ย  ป...ไปเดี๋ยวนี้ล่ะคร้าบบบบ มิยาจิเซมไป”

 

 

อา....

 

คุโรโกะมองไปยังกลุ่มของนักกีฬาชูโตคุที่ยืนรวมกันอยู่ตรงนั้น  ผู้ชายผมตัดสั้นสีทองสีหน้าไม่สบอารมณ์คนนั้นดูเหมือนจะคุ้นแต่ก็ไม่คุ้น  นั่นคือมิยาจิ  ยูยะ  น้องชายของมิยาจิ  คิโยชิที่เรียนจบออกไปเมื่อปีที่แล้ว  เขาเพิ่งเจออีกฝ่ายครั้งแรกในการแข่งขัน Interhigh ปีนี้  ครั้งแรกที่เห็นค่อนข้างตกใจ  เพราะใบหน้าของอีกฝ่ายคล้ายกับพี่ชายที่จบออกไปแล้วมากเลยทีเดียว

 

ทาคาโอะวิ่งดุ๊กๆ ไปเอากระเป๋าที่มีรุ่นน้องหยิบออกมาให้แล้วก็หัวเราะแหะๆ วิ่งกลับมาอยู่ข้างตัวมิโดริมะที่บ่นงึมงำๆ ไม่ยอมหยุด  เห็นภาพของอดีตเพื่อนร่วมทีมเทย์โคที่ตอนนี้ดูเหมือนจะลดกำแพงที่กั้นกลางระหว่างตัวเองกับคนอื่นลงมากแล้วเพราะผู้ชายร่าเริงที่อยู่ข้างตัวก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นหน่อย  ดีใจแทนมิโดริมะจริงๆ ที่ได้ไปเจอเพื่อนร่วมทีมที่ดี

 

 

“คุโรโกะ  พวกเราก็ไปกันได้แล้ว”

 

“อะ...ครับ”

 

 

เด็กหนุ่มผมสีฟ้าอ่อนหันกลับไปตอบรับเสียงเรียก  หันไปผงกหัวอีกครั้งให้ทาคาโอะกับมิโดริมะ  แต่ในตอนที่ต่างฝ่ายต่างกำลังจะแยกย้ายกันจริงๆ  Point Guard ชูโตคุก็นึกอะไรขึ้นมาได้อีกอย่างหนึ่ง

 

 

“จะว่าไป  คุโรโกะ  5 วันนี้เซย์รินคงต้องอดทนกันหน่อยสินะ”

 

“เอ๋?  ทำไมเหรอครับ”

 

“ก็ได้ยินว่าเข้าค่ายคราวนี้มีพวกคิริซา--------“

 

 

ยังไม่ทันที่ทาคาโอะจะพูดได้จบประโยค  รถอีกคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาในลานก่อนจะจดลงข้างๆ รถบัสของพวกเขาในที่สุด  ดูเพียงภายนอกเดาไม่ออกว่าเป็นรถจากโรงเรียนไหน  แต่จากสภาพภายนอกแล้วค่อนข้างใหม่และทันสมัยน่าดู

 

พักเดียวประตูรถก็เปิดออก  และนักกีฬาในชุดวอร์มสีเขียวดำก็ค่อยๆ ทยอยกันลงมาจากรถ  ตอนนั้นเองที่ทุกคนได้รู้ว่าเจ้าของรถบัสที่มาใหม่คันนั้นคือโรงเรียนอะไร

 

 

“ฮู้ว  พูดไม่ทันจะขาดคำ”

 

 

คุโรโกะได้ยินเสียงทาคาโอะผิวปากหวืออยู่ไม่ไกล  ในขณะที่ดวงตาสีฟ้ากำลังจับจ้องสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลต่างโรงเรียนจำนวนหนึ่งเดินลงมารวมตัวกันอยู่ด้านข้างรถ  หนึ่งในนั้นมี 5 คนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาดี  และใน 5 คนนั้น  ก็ปรากฏร่างเด็กหนุ่มผมดำท่าทางสุภาพเรียบร้อยที่เมื่อเดินลงมาถึงก็จัดการออกคำสั่งให้ทุกคนเริ่มเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว  แผ่นหลังตรงบอกลักษณะความเป็นผู้นำ  ทั้งน้ำเสียงและบุคลิกท่าทางล้วนน่ามอง  ใบหน้านั้นก็นับได้ว่าเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาคนหนึ่ง  หากมองเผินๆ เฉพาะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า  คงรู้สึกว่าคนๆ นี้เป็นผู้ชายที่เพียบพร้อม  ฉลาด  มีความเป็นผู้นำ  ในขณะเดียวกันก็สุภาพเรียบร้อย  รู้กาลเทศะและพึ่งพาได้  หากแต่น่าเสียดายที่คุโรโกะและสมาชิกส่วนใหญ่ของเซย์รินไม่ได้คิดเช่นนั้น

 

 

 

เพราะเคยรู้จักเข้าเสียแล้ว.......อีกด้านหนึ่งที่ร้ายกาจ  หยาบคาย  และมองเห็นความทุกข์ของคนอื่นเป็นน้ำผึ้งที่แสนหวานของฮานามิยะ  มาโคโตะ

 

 

 

คุโรโกะมองสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลของคิริซากิไดอิจิค่อยๆ ทยอยขนกระเป๋าเดินทางออกจากลานจอดรถโดยไม่มีท่าทีว่าจะสนใจใครอยู่เงียบๆ  เด็กหนุ่มผมสีดำสนิทที่สูงกว่าเขา 11 เซนติเมตร  คนที่เคยสร้างความเจ็บปวดแสนสาหัสให้กับเซย์รินอย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน  กำลังเดินผ่านพวกเขาไปด้วยแผ่นหลังที่เหยียดตรง  สายตาที่แน่วแน่  มองตรงไปข้างหน้าโดยไม่ได้เบือนมามองเลยแม้แต่นิดเดียว  ราวกับไม่เห็น...หรืออาจจะไม่สนใจว่ามีใครยืนอยู่ตรงนั้น

 

 

 

 

ท่ามกลางทิวทัศน์เช่นนี้.....การเข้าค่ายฤดูร้อนได้เริ่มต้นขึ้น

 

 

 

 

 

To be continue .

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ง่าาา ชอบคู่นี้้ >____<

#4 By Souzou on 2015-09-07 23:31

น่าติดตามมากๆ

#3 By W.I.T.C.H on 2015-09-02 12:54

โอยยยย แค่ตอนแรกก็ทำเอาอยากอ่านต่อแล้วค่าาา
ในฝันน้องครก.นั่นฮานะยันใช่มั้ยยยย ฟฟฟฟ
คือชอบคู่นี้มาก แต่แหล่งเสพน้อยนิด ช่วงแต่งต่อด้วยนะคะ Orz
ฮานะยันจะฝันเหมือนน้องรึเปล่า ฝันเหอะพ่อคุณ...
ว่าแต่เซย์รินจะตีกับคิริซากิไดอิจิรึเปล่าเนี่ย...//เหลือบมองหม่าม๊าฮิว
ประโยคเปิดทำลงไปจมกองเลือดมากค่ะ O)--(
จะรอตอนต่อนะคะ

#1 By 00000 on 2015-08-31 22:00