[HaiKi] Shine

posted on 07 Feb 2015 17:35 by uxmishiz in HaiKi directory Fiction

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

S  H  I  N  E

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

“นับจากนี้เป็นต้นไป  คุณห้ามออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาทุกชนิดที่เพิ่มภาระการทำงานหนักให้กับหัวใจอีก”

 

 

 

 

 

 

.

.

.

.

.

.

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไฮซากิ  โชโงะมีความรัก...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรือนผมสีทอง....รอยยิ้มที่สว่างไสว

 

 

 

ร่างโปร่งที่ปรากฏตัวขึ้นในชมรมครั้งแรกตอนปี 2  พร้อมกับความสามารถและรูปลักษณ์ที่โดดเด่น  ผมสีทองเปล่งประกายเสียจนแสบตา  พลิ้วขยับยามที่เจ้าตัวเคลื่อนไหว  เจิดจ้า......

 

 

 

ไฮซากิ  โชโงะมีความรัก.....

เขาหลงรักดอกทานตะวัน

 

 

 

 

“มาแข่งกันเถอะ  โชโงะคุง  เดิมพันด้วยตำแหน่งตัวจริง”

“คนที่แม้แต่ตอนฝึกซ้อมยังเอาชนะฉันไม่ได้กำลังพูดอะไรออกมากันล่ะนี่”

“กับอาโอมิเนจจิน่ะต้องแพ้แหงๆ  แต่ถ้าเป็นโชโงะคุงละก็  ฉันคิดว่าพอมีทางอยู่นะ”

 

 

 

 

“นั่นมันผู้หญิงที่คิเสะเพิ่งคบด้วยเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่นา”

“หือ  นั่นมันเรียวตะคุงนี่นา  ทำอะไรกันอยู่เหรอ”

“หมอนั่นเพิ่งท้าฉันแข่งแต่ดันแพ้ไม่เป็นท่าซะเองน่ะ”

“หวา  จริงเหรอ  เห่ยจัง”

 

 

 

ตั้งแต่หยอกเล่นเรื่องเล็กๆ ไปจนถึงการกลั่นแกล้งในเรื่องใหญ่ๆ

ขโมยของรักของหมอนั่น....ทุกสิ่งทุกอย่าง

 

 

เพื่อให้ได้รับความสนใจ

 

 

 

 

ความรักครั้งแรกของเด็กหนุ่มที่ชีวิตเคยมีแต่การเล่นสนุกไร้สาระ  ลึกซึ้งและช่างประทับใจเสียจนแม้แต่ความเจ็บปวดที่เกิดในอกเขายังโอบกอดมันไว้ด้วยความยินดี 

 

 

หลงใหล....อยากได้....อยากครอบครอง....อยากทำให้เป็นของเขา...อยากให้ดวงตาคู่นั้นหันมามองที่เขาคนเดียว 

 

แม้ความรู้สึกเหล่านี้จะอัดอั้นอยู่ในอกมากมายเท่าไหร่  ไม่ว่าจะพยายามทำสิ่งใด  สุดท้ายแล้วดอกทานตะวันก็ย่อมปรารถนาในพระอาทิตย์มากกว่าเมฆสีเทา 

 

 

ทุกครั้งที่คิเสะวิ่งตามแสงสว่างโดยไม่เหลือสายตามามองสิ่งใด   ในหัวใจมันเจ็บปวด  บางครั้งเหมือนเข็มสะกิดพอให้รู้สึก  แต่บางครั้งก็เหมือนมีมือใหญ่ 2 ข้างช่วยกันจับที่หัวใจแล้วบิดเต็มแรง  เจ็บจนหายใจไม่ออก

 

ไฮซากิคิดว่านี่คือส่วนหนึ่งของความรัก...เป็นความเจ็บปวดที่แสนงดงาม

 

 

 

แต่มันไม่ใช่ 

 

 

 

เมื่อครั้งที่ลืมตาขึ้นมาดูโลก...ไฮซากิร่างกายอ่อนแอจนเกือบจะไม่รอดออกจากตู้อบ 

 

เพื่อทดแทนในส่วนนั้น  เมื่อโตขึ้นจนจำความได้  พี่ชายที่ทำหน้าที่คล้ายกับพ่อเป็นคนสั่งสอนให้เขาอยู่บนโลกที่โหดร้ายอย่างผู้ที่เป็นฝ่ายล่า  สอนการต่อสู้  สอนให้เติบโต  ไฮซากิมีร่างกายที่สูงใหญ่  กล้ามเนื้อที่ผ่านการเทรนนิ่งอย่างดีเป็นมัดกล้ามสวยไร้ไขมันส่วนเกิน   ดวงตาคมกริบ  นิสัยไม่ยอมใคร.....เขาแข็งแกร่ง

 

 

 

แต่ไม่ใช่ทั้งหมด 

 

 

 

 

 

“นับจากนี้เป็นต้นไป  คุณห้ามออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาทุกชนิดที่เพิ่มภาระการทำงานหนักให้กับหัวใจอีก”

 

 

 

 

 

อาการเจ็บเหมือนถูกบีบกับความรู้สึกชาที่บางครั้งจะไล่จากปลายนิ้วลามไปจนถึงร่างกายครึ่งหนึ่งด้านซ้ายไม่ใช่แค่ผลพวงที่เกิดจากความรัก  ร่ายกายของเขาเอง  ผลการตรวจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ   ทุกอย่างกำลังบอกให้รู้ว่า

 

 

 

 

หัวใจของไฮซากิ......อ่อนแอกว่าที่เขาคิดเอาไว้มากนัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ลาออกจากชมรมซะ”

 

 

 

นัยน์ตาสีแดงจับจ้องมาอย่างทรงอำนาจ    คำสั่งที่หลุดออกมาจากปากง่ายดายราวกับพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศนั้นทำให้ความโกรธแล่นพล่าน  คนที่ปกติก็ไม่ค่อยมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ตัวเองอยู่แล้วยื่นมือคว้าคอเสื้อร่างที่เล็กกว่ากระชากเข้าหาตัว

 

 

“อาคาชิ! นี่แก.......”

 

 

แต่ดวงตานั้นยังคงสงบนิ่ง  ไม่มีแม้สักเสี้ยวหนึ่งของความหวั่นไหว   กัปตันทีมเทย์โคพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่หนักแน่น  เต็มไปด้วยการออกคำสั่งที่ไม่ต่างจากประโยคแรกเลยแม้แต่นิดเดียว  

 

 

“ตำแหน่งของนายจะมีคิเสะมาแทนที่  ความสามารถของหมอนั่นเพิ่มขึ้นทุกวัน  สักวันนายจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้  นี่ไม่ใช่การขอร้องแต่เป็นคำสั่ง”

 

 

อาคาชิยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย  แต่นัยน์ตานั้นกำลังถ่ายทอดข้อความอะไรบางอย่าง

 

 

 

“ลาออกจากชมรมซะ  ไฮซากิ  ทั้งหมดนี่เพื่อตัวของนายเอง”

 

 

 

 

ไอ้หมอนี่.....รู้

 

 

 

 

ทั้งที่รู้แต่ไม่ยอมพูดอออกมา  การรักษาน้ำใจที่น่าหงุดหงิดที่สุด  ท่าทีของอาคาชิยังคงเฉยชา  แต่ไฮซากิสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเห็นใจ  และนี่คือสิ่งที่เขาเกลียดมากที่สุด 

 

 

อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น  ฉันไม่ต้องการความเห็นใจจากพวกนาย

 

 

 

“โธ่เว้ย!!!!!!!!!”

 

 

 

 

 

แต่อาคาชิพูดถูก

 

เขาไม่อาจเล่นบาสเก็ตบอลได้อีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

ไฮซากิยอมลาออกจากชมรม  ถอยออกไปจากจุดที่เคยยืนอยู่แล้วปล่อยให้คนที่สว่างไสวอย่างคิเสะเข้ามายืนแทนที่  จากในมุมมืดที่ซ่อนตัวอยู่นั้น...เขามองเห็นรอยยิ้มที่งดงาม  ใบหน้าที่เปล่งประกาย  ความร่าเริงในยามที่ได้วิ่งไล่ตามพระอาทิตย์ที่ตนเองหลงใหล   ไม่มีอะไรเลยที่เปลี่ยน....เหมือนว่านั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็น  การหายตัวไปของไฮซากิไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ

 

 

ดอกทานตะวันไม่เคยหันมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นับตั้งแต่วันตัดสินใจทิ้งความรู้สึกทั้งหมดที่มี  หันหลังให้กับโลกที่สว่างไสว   ไฮซากิก็ละสายตาจากดอกทานตะวัน  ใช้ชีวิตอย่างน่าเบื่อหน่าย  จงใจเข้าโรงเรียนม.ปลายไกลบ้านเพราะเบื่อกับการเป็นห่วงเป็นใยเกินเหตุของแม่และพี่ชาย   เมื่อไม่มีบาสเก็ตบอล  เวลาในยามว่างของไฮซากิจึงหมดไปกับการเที่ยวเล่นไร้สาระ  เพียงแค่ใช้ชีวิตให้หมดไปในแต่ละวัน  โดยที่ไม่ได้หันกลับไปยังโลกใบนั้นอีกเลย 

 

 

 

 

จนกระทั่งวันหนึ่ง  วันที่บังเอิญได้มองเห็น...ดอกทานตะวันนั่นอีกครั้ง

 

 

 

 

 

คิเสะยังคงเปล่งประกาย   ยูนิฟอร์มสีน้ำเงินแปลกตาขับผิวขาวให้ยิ่งโดดเด่น  เพราะอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่รู้จักด้วยหรือเปล่า  คิเสะที่มองเห็นผ่านจอทีวีตอนนี้จึงให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่ตามไปด้วย  ราวกับเป็นคนละคนกับที่เคยรู้จัก  แต่มีอยู่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือใบหน้านั้น.....ดวงตานั้น....รอยยิ้มนั้น

 

 

ความงดงาม 

 

 

หัวใจของไฮซากิบีบตัวแน่น    สิ่งที่มองไม่เห็นไม่ได้หมายความว่ามันหายไปจากตรงนั้น  ความรู้สึกทั้งหมดยังคงอยู่  ทั้งความใคร่  ความปรารถนา  ความรัก  ทุกอย่างเหมือนเพลิงที่สุมอยู่ในอก  และหมอนั่นคือเชื้อไฟ

 

 

เขาจิกปลายนิ้วเข้าที่ไหล่ข้างซ้ายเต็มแรงจนซีดขาว  กัดริมฝีปากล่างกลั้นเสียงร้องเมื่อความรู้สึกเจ็บจนชาวิ่งพล่านไปทั้งอก  เหมือนหัวใจโดนบิด  ตาลายและรู้สึกคลื่นไส้จนอยากจะอาเจียน  เจ็บทุกครั้งที่หายใจเอาอากาศเข้าไปในอก  กำหมัดทุบแรงๆ ที่อกข้างซ้ายจนไอโขลกออกมา  หัวใจที่แสนจะอ่อนแอนี้  จำเป็นต้องกระตุ้นให้มันรู้หน้าที่ว่าควรจะเต้นต่อไป  ยาที่เคยได้ตอนกลับไปโรงพยาบาลที่โตเกียวนอนอยู่ก้นถังขยะมาหลายวันแล้ว    ถึงกินเข้าไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น  ความแรงของยาจะทำให้ไม่สามารถลุกเดินไปไหนมาไหน  จากที่มีแค่หัวใจเท่านั้นที่ไม่เอาไหน  ยานั่นจะทำให้ทั้งร่างกายของไฮซากิกลายเป็นคนอ่อนแอไปเสียจริงๆ

 

 

เขาเกลียดความรู้สึกนั้น  ยอมกัดฟันทนกับความเจ็บปวดยังดีเสียกว่า  ในเมื่อชีวิตนี้อยู่ได้อีกแค่ไม่นาน  ก็ขออยู่ใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการจนถึงวินาทีสุดท้าย

 

 

แต่วินาทีนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่  หัวใจนี้จะยังเต้นต่อไปได้อีกนานแค่ไหน  ปี....เดือน....หรือแค่วัน....

 

 

 

 

นานนักกว่าอาการเจ็บปวดจะทุเลา  ไฮซากิอ้าปากเล็กน้อยเพื่อช่วยหายใจ  เสียงเฮดังแว่วมาจากโทรทัศน์ที่ยังไม่ได้ปิด  เขาเหลือบมองมัน  เห็นผมสีทองที่ปลิวไสวได้ชัดเจนถนัดตา

 

 

 

 

“เรียวตะ....”

 

 

 

 

ก่อนที่หัวใจดวงนี้จะหยุดเต้นไปจริงๆ

 

ขออีกแค่สักครั้ง....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“โชโงะ....เรื่องจริงหรือเปล่าที่อยู่ดีๆ นายก็ตอบรับคำชวนเข้าชมรมบาสเก็ตบอลของฟุคุดะโซโก”

 

“อา.....”

 

“จะบ้าไปแล้วหรือไง!!!!   ไม่รู้เหรอว่าตัวเองไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว  นายเล่นบาสเก็ตบอลไม่ได้อีกแล้ว!!! หัวใจของนายมัน....!”

 

“ฉันรู้น่า”

 

“รู้แล้วทำไมไม่ฟัง!!! ถ้าแกคิดว่าตัวเองยังเป็นน้องชายฉัน  ก็ออกจากชมรมนั่นเดี๋ยวนี้!!!”

 

“อย่าเวอร์น่า   ฉันยังไม่ตายง่ายๆ หรอก”

 

“โชโงะ!!!”

 

“แค่ไม่ออกกำลังกายหนักเกินไปก็พอแล้วใช่ไหมล่ะ”

 

 

 

 

ข้อห้ามเพียงอย่างเดียวที่ต้องระวังคืออย่าให้หัวใจทำงานหนัก  ไฮซากิโดดซ้อม  เคลื่อนไหวแค่เฉพาะที่จำเป็น   โชคดีที่เขามีพรสวรรค์  ต่อให้ไม่ต้องทำอะไรเลยความสามารถก็ยังเหนือกว่าพวกที่ฝึกซ้อมเช้าเย็นทุกวันอยู่หลายเท่า  เพราะรูปร่างภายนอกที่เหมือนคนสุขภาพดีทุกอย่างทำให้ไม่มีสักคนที่จับได้ว่าร่างกายของเขามีข้อจำกัดอย่างไร  นับตั้งแต่รอบคัดเลือกมาจนถึงรอบแข่งจริง  คู่แข่งทุกรายที่พบมีแต่พวกอ่อนด้อย  ไม่มีโรงเรียนไหนที่ทำให้ต้องออกแรงเต็มกำลังเลยสักทีม  ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นความโชคดีอีกอย่างหนึ่ง

 

 

เขาจะไม่ยอมให้ใคร   หรืออะไรเข้ามาขัดขวางทั้งนั้น

จนกว่าที่จะได้เห็น.......

 

 

 

 

 

“โชโงะคุง.....”

 

 

 

 

 

ดอกทานตะวัน

 

 

 

 

 

 

คนที่มองเห็นอยู่เสมอในความทรงจำกำลังยืนอยู่ตรงหน้า  คิเสะยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน...ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็วิ่งตามแสงตะวันไปเสมอ   แต่ว่าตอนนี้....ณ.วินาทีนี้........

 

 

 

 

 

 

“โชโงะคุงน่ะ  ฉันจะเป็นคนเอาชนะเอง”

 

 

 

 

 

 

รอยยิ้มจุดขึ้นที่มุมปาก   เขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นอย่างมีชีวิตชีวา

 

 

 

เขาไม่ควรทำแบบนี้   หัวใจของเขาไม่แข็งแรงพอที่จะถูกใช้งานอย่างหนัก   ทั้งที่คอยหลีกเลี่ยงมาตลอด  แต่ตอนนี้ไฮซากิกำลังใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามี

 

 

 

 

 

มาเลย.....

 

หันหน้ามาหาฉันสิ 

 

 

 

 

 

นี่จะเป็นการเดิมพันครั้งสุดท้าย

 

 

ไฮซากิไม่ใช่พระอาทิตย์.....แต่เป็นเพียงแค่ไม้ขีดไฟ  เชื้อไฟที่โชติช่วงครั้งนี้เมื่อจุดแล้วจะไม่มีวันส่องสว่างขึ้นอีก  เขาเลือกใช้มันตอนนี้....วินาทีที่มีคิเสะ  เรียวตะยืนอยู่ตรงหน้า   ไฮซากิมองเห็นแสงสว่างของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาสีอำพันคู่นั้น  ดวงตาที่บัดนี้กำลังจับจ้องมองเขาอย่างจริงจัง    ไม่เหลียวมองทางไหน   ดวงตาที่มีแต่เขา....เขาคนเดียว

 

 

 

 

แต่แสงสว่างของไม้ขีดไฟก็ไม่อาจสู้ดวงตะวัน

 

 

 

 

 

 

“ผมเชื่อใจคุณนะครับ  คิเสะคุง!!!!

 

 

 

 

 

 

เสียงที่ดังมาจากอัฒจรรย์เรียกสายตาคู่นั้นให้หันไปหา   ไฮซากิเบิกตาขึ้น

 

 

 

 

 

อย่า...

อย่าหันไปมอง

กลับมาทางนี้....

 

มาหาฉัน

 

 

 

 

แต่เสียงตะโกนในใจนั้นไม่มีวันส่งถึง  พอๆ กับที่แสงสว่างของไม้ขีดไฟมันริบหรี่เกินไป  แม้จะทำทุกอย่างสุดกำลัง  หรือกระทั่งจงใจทำร้ายให้เจ็บ  สิ่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้นก็ไม่ใช่ตัวเขาอีกต่อไปแล้ว 

 

 

 

เสียงนกหวีดครั้งสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกับความพ่ายแพ้  คิเสะจับจ้องที่อัฒจรรย์กว้างใหญ่   ยกมือชูกำปั้นให้กับเจ้าของเสียงตะโกนให้กำลังใจและคู่หูที่อยู่ข้างกันนั่น  ไฮซากิยืนอยู่ข้างหลัง  เสียดลึกในอกทุกครั้งที่หายใจ  เหงื่อไหลราวกับน้ำ 

 

 

 

หัวใจเต้นแรงเหมือนนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่มันจะมีโอกาสได้เต้น  ไฮซากิรีบหลบออกมาก่อนที่ใครจะสังเกตเห็นความผิดปกติ  อากาศหนาวด้านนอกยิ่งทำให้อาการทรุดหนัก  แต่ร่างสูงที่ชินชากับความเจ็บปวดกลับไม่แสดงอาการอะไรออกมาทางสีหน้าเลยแม้แต่น้อย   ไม่มีใครดูออกว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไร....

 

 

 

ไม่มีเลยสักคน....แม้แต่ร่างสูงอีกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า  คนที่เป็นพระอาทิตย์ของทานตะวันดอกนั้นอย่างแท้จริง

 

 

 

 

ไฮซากิส่งยิ้มเหยียดหยามให้กับอาโอมิเนะ    ถ้อยคำที่ออกจากปากยังเต็มไปด้วยความรุนแรง   แต่ตัวเขากลับหมดกำลังแล้ว  ร่างกายซีกซ้ายชาดิกจนทำไม่ได้แม้แต่จะหลบหมัดที่พุ่งเข้าใส่เต็มๆ หน้า  แรงกระแทกยามล้มลงไปกับพื้นยิ่งทำให้ความเจ็บแล่นจี๊ดจนลุกไม่ไหว 

 

 

ไฮซากิหัวเราะเบาๆ

 

 

ภาพเบื้องหน้าเลือนพร่า  เขาได้ยินเสียงฝีเท้าเดินจากไปก่อนสถานที่แห่งนั้นจะเหลือเพียงเขาอยู่ตามลำพัง

 

 

การเผาผลาญครั้งสุดท้ายของเขาสิ้นสุดลงแล้ว  ไม่มีเชื้อเพลิงเหลือบนไม้ขีดไฟอีก  เมื่อไร้ซึ่งแสง  ดอกทานตะวันหันหน้ากลับไปหาพระอาทิตย์

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่กองอยู่ตรงนั้น.....มีเพียงแค่เถ้าถ่านของตัวเขาเอง

 

               

 

 

 

-------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

จุดตัวเองก็ยอมทันใด  ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา

เพียงปรารถนา....ให้มีลำแสงสีทอง

 

 

จุดตัวเองก็ยอมทันใด  ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา

เพียงปรารถนา....ดอกทานตะวันหันมอง

 

 

 

 

สักครั้ง .

 
 
 
 
(ได้พล็อตมาระหว่างดู In love concert เมื่อวาน)
(สัปดาห์นี้ไม่มี In the name เลยส่งเรื่องนี้มาให้อ่านขัดดอกกันค่ะ)

Comment

Comment:

Tweet

ฮึก Y Y ไฮจางงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

นายยังมีพี่รุ้งอยู่น๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา #ผิด

โฮรววววววววววววววววววววววววว (ปล่อยยัยนี่ไปเหอะ = =;;)

#6 By DarkPierro on 2015-06-28 22:55

#5 By (125.24.89.166|125.24.89.166) on 2015-05-12 14:34

เดธแฟลธปักหัวเด็กเลวของเรามาก
โฮร่วววววววววววววว
อยากให้นายน้อยออกมาพบน้องแล้วโทรเรียกรถ รพ. มากกกกกกกกกกก
เหมือนนายน้อยเป็นคนเดียวในสเตเดี้ยมนี้นะที่รู้ความลัพธ์นี้อะ
แงงงงงงงงงงง~~~~~
/ป๋าเราเป็นโรคนี้นะ...ช้านิดเดียวก็จากไปได้เลย อย่าทิ้งน้องไว้ตรงนั้นคนเดียว ได้โปรดดดด พลีสสสสสสสสส ไม่เอาอะ ใจจะขาดแทนแล้ว ตรงนั้นมันอยู่คนเดียว......มันหนาว.......แงงงงง//
 
อยากได้น้องเทาได้มีความสุขนะ
 
แต่ความสุขของโชโงะคือการได้มองดอกทานตะวันวิ่งไล่ตามแสงตะวัน
ถ้าดอกทานตะวันไม่ได้มองดวงตะวันอีก ดอกทานตะวันจะยังตงเป็นดอกทานตะวันอยู่อีกไหม? ถ้าไม่ได้ไล่ตามอีกแล้ว...คีจังจะยังเป็นที่รักของโชโงะอยู่ไหม?
 
อ่านจบแล้วนึกถึงเพลงนี้เลย.....
 
But only love can say... try again or walk away.

But I believe for you and me.
The sun will "shine" one day.
 
So I'll just play my part.
And, pray you'll have a change of heart.
But I can't make you see it through.
That's something only love can do......
 

#4 By fukaze on 2015-02-11 12:02

โฮร่วววววชอบตรงที่เปรียบเทียบคิเสะเป็นดอกทานตะวัน~ มันใช่เลยค่าาาาาฟฟฟฟฟฟ โชโงะคุงน่าสงสารฮื่ออออ แต่ยังแอบเชียร์คนดำ5555+ จริงๆแล้วฟ้าเทาก็ดี ฟ้าเหลืองก็ดี เทาเหลืองก็ดี55555+ ได้หมดเลยค่ะะะ ติดตามตามติดพี่เมทนะคะ<3

#3 By PRIMROSE on 2015-02-07 22:20

อยากอ่านต่อมากกกกกกกกกกกก คู่นี้น่าสนใจจจจจจจ (แอบเชียเหลืองเทา) 
รออาคาฟุริๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เมื่อไหร่อาคาฟุริจะลงเอย....

#2 By เค (171.4.190.250|171.4.190.250) on 2015-02-07 19:28

บอกเลยว่าเคลิ้มมมมมมมมมม
เราก็นึกว่าเป็นเนื่อหาจริงๆนะเนี่ย แบบพี่เมทบรรยายเป๊ะเวอร์อ่ะ เก็บทุกรายละเอีดเลยยยยย
ชอบฟิคที่พี่เมทแต่งทุกเรื่องเลยยยย จะรออาคาฟุริกับนิโคตินต่อไป
สู้ๆค่ะ

#1 By swag (1.20.171.197|1.20.171.197) on 2015-02-07 18:32