[FIC] In the name of love Ph.2.18

posted on 04 May 2013 20:20 by uxmishiz  in AkaFuri  directory Fiction

 

In the name of LOVE

Akashi Seijurou X Furihata Kouki

 

 

 

 

Phase 2.18 ::  Thunder storm  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ผ....ผมชอบคุณครับ!!!!!”

 

“เอ๋?  อ่า....ขอบคุณมากนะ  แต่ว่า....” 

 

“ขอร้องล่ะ  อย่าเพิ่งปฏิเสธเลยครับ!! …แค่รับไว้พิจารณาก่อนก็ได้”

 

“อืม...ถ้าอย่างนั้น  เธอมีอะไรมาเสนอตัวเองบ้างล่ะ” 

 

“เอ๋?  เอ่อ.........”

 

“ไม่มีงั้นเหรอ  ดูจากชุดเครื่องแบบแล้วเรียนอยู่โรงเรียนที่เพิ่งตั้งใหม่ข้างๆนี่ด้วยสินะ  แหม  ฉันเป็นคนไม่ค่อยชอบผู้ชายที่ไม่มีอะไรพิเศษเสียด้วยสิ”

 

“อึก!”

 

“เอาอย่างนี้แล้วกัน  ถ้าเธอสามารถเป็นที่หนึ่งในด้านอะไรสักอย่างได้ล่ะก็  ถึงตอนนั้นฉันจะรับไว้พิจารณา”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“......อายูมิ...ซัง”

 

 

 

 

หญิงสาวที่แต่งกายด้วยชุดเดรสชีฟองสีหวานเบาสบาย  หมวกสานปีกกว้างที่ประดับอยู่บนศีรษะกับผมสีน้ำตาลอ่อนยาวจรดแผ่นหลังดัดเป็นลอน  เหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นของวัยรุ่นที่นิยมกันอยู่ในขณะนี้  เมคอัพบางๆกับลิปกลอสวาวบนริมฝีปากที่คลี่ออกเป็นรอยยิ้มทำให้เธอดูเป็นสาวหวาน  เรียบร้อยและอ่อนโยน  แม้ว่าในดวงตาคู่นั้นจะเปี่ยมด้วยแววมั่นอกมั่นใจในตัวเองก็ตาม

 

ฟุริฮาตะอ้าปากค้าง  แทบจะพูดออกมาไม่เป็นคำ.....นึกถึงภาพเมื่อตอนที่เคยรวบรวมความกล้าเข้าไปขอสารภาพรักเด็กสาวโรงเรียนข้างที่อายุมากกว่าหนึ่งปีในวันแรกที่ขึ้นมัธยมปลายแล้วโดนปฏิเสธกลับมา  เธอยังทิ้งท้ายไว้แบบให้ความหวัง  แต่สุดท้ายแล้วอายูมิซังก็ไม่ได้อยู่รอ

 

เรื่องนั้นฟุริพอจะเดาได้อยู่แล้วล่ะ  เพราะแม้ว่าอายูมิจะไม่ได้สวยโดดเด่นเหมือนอย่างโมโมอิซัง...ผู้จัดการทีมของโทโอ  แต่ก็เรียกได้ว่าหน้าตาดีไม่แพ้ใคร  ยิ่งเมื่อรู้จักแต่งตัวและบุคลิกที่มั่นใจแบบนี้แล้วเลยทำให้เป็นที่หมายปองของใครหลายคนอยู่เหมือนกัน  เพราะแบบนั้น  เรื่องที่ว่าเธอคนนี้จะมาให้โอกาสอะไรกับคนธรรมดาอย่างเขาทั้งที่ตัวเองก็มีตัวเลือกรอไว้อีกตั้งหลายคนมันก็คงเป็นไปไม่ได้มาตั้งแต่แรก 

 

ความหลงใหลใครคนหนึ่งเป็นครั้งแรกของเด็กม.ต้นทำให้ฟุริรู้สึกอยากทำอะไรที่เอาจริงเอาจังกับมันดูสักครั้ง  ถึงได้เดินหน้าเข้าไปสารภาพรักและยึดเอาคำสัญญาที่ให้ไว้เป็นเป้าหมายในการดำเนินชีวิต  แต่ก็คงต้องขอบคุณอายูมิซังมากๆ  เพราะถ้าไม่ใช่เพราะเธอ  ชีวิตนี้ก็คงไม่มีวันได้มาเจอกับสิ่งที่มีคุณค่าต่อเขามากมายอย่างบาสเก็ตบอล

 

หญิงสาวที่เห็นฟุริฮาตะทำหน้าเหวอก็หัวเราะออกมานิดๆ  ตอนนั้นเองที่เด็กหนุ่มขยับตัวนิดหน่อยอย่างรู้สึกประหม่า ถึงแม้ว่าจะไม่ได้คิดมากอะไรเรื่องอายูมิซังแล้ว  แต่มาเจอกันอีกทีในที่ๆไม่คิดว่าจะได้เจออย่างเกียวโตก็ทำให้อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ 

 

 

“ฟุริฮาตะคุงจริงๆด้วย  ตอนแรกคิดว่าจำคนผิดซะแล้วสิ”

 

 

อายูมิเอียงคอนิดๆอย่างที่ใครมองก็ต้องบอกว่าน่ารัก  ฟุริแอบมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครอยู่ข้างๆ  แต่ก็เดาว่าทางนั้นคงมาเที่ยวเกียวโตกับครอบครัวหรือไม่ก็เพื่อนฝูง  แล้วหันมาเห็นเขาเข้าพอดีเลยวิ่งมาทักเพียงลำพัง....ต่อให้รู้ว่าตัวเองหมดหวังเพราะอีกฝายมีคนที่คบด้วยอยู่แล้วก็เถอะ  แต่ยังจำกันได้แบบนี้มันก็รู้สึกดีใจนิดหน่อยแฮะ

 

 

“อายูมิซังสบายดีเหรอครับ”

 

“ก็เรื่อยๆนะ  แล้วฟุริฮาตะคุงล่ะ”

 

“ก...ก็ดีครับ  แฮะๆ”

 

“หืม....งั้นเหรอ  ว่าแต่คนข้างๆนั่นใครกันจ้ะ  ไม่คิดจะแนะนำให้ฉันรู้จักบ้างเหรอ”

 

 

ฟุริไหวตัวเล็กๆ.....ตอนนั้นเองถึงได้เพิ่งจะรู้สึกว่าอาคาชิยังจับข้อมือเขาอยู่เลย

 

 

พ๊อยต์การ์ดทีมเซย์รินหันมองคนข้างตัวแล้วรู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาอย่างน่าประหลาด  ใบหน้าด้านข้างของอาคาชิที่เขาเห็นเรียบตึงและนัยน์ตาเย็นเฉียบอย่างกับรูปสลักที่ถูกสร้างขึ้นมาจากน้ำแข็ง  นิ่ง  เงียบ  แต่ทรงพลังอย่างประหลาด  เป็นอะไรที่ไม่ทำให้รู้สึกชอบเอาเสียเลย  กลับกัน  มันเหมือนกับว่าคนที่ยืนอยู่ข้างตัวคนนี้เป็นใครก็ไม่รู้ที่เขาไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำ 

 

มืออุ่นที่คว้าข้อมือเขาเอาไว้กำแน่นและไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย  แม้ว่าฟุริฮาตะจะขืนข้อมือออกน้อยๆแล้วก็ตาม

 

 

“เอ่อ...นี่...อาคาชิ  เซย์จูโร่ครับ”

 

 

หันกลับไปแนะนำคนข้างตัวเพื่อไม่ให้มีพิรุจอะไร  อาคาชิยังคงปิดปากเงียบ  แม้ว่าตามมารยาทแล้วต้องเอ่ยคำทักทายกลับไปก็ตาม 

 

ดวงตากลมโตที่ล้อมกรอบด้วยแพขนตาหนาเลื่อนไปมองใบหน้าเรียบสนิทของคนที่ยืนอยู่ข้างฟุริฮาตะอย่างให้ความสนใจ  แล้วเลื่อนลงมาตามมือข้างนั้นที่จับข้อมือฟุริไว้

 

 

“เรียนปีเดียวกันงั้นเหรอ  หืม....ดูสนิทกันดีนะ  ทั้งสองคน”

 

 

ฟุริฮาตะสะดุ้ง  ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า  แต่เหมือนมีความนัยแปลกๆอะไรสักอย่างซ่อนอยู่ในรอยยิ้มหวานและประโยคนั้น  คำว่า “สนิทกัน”  มันดูมีน้ำหนักแบบที่ทำให้หน้าร้อนวูบวาบด้วยความละอาย  ทั้งตัวเขาและอาคาชิไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักอย่าง  ที่บอกว่าเป็นเพื่อนกันนั่นก็เป็นความจริง  ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะละอายเรื่องอะไร  แต่เขากลับรู้สึกไม่ดีกับคำพูดของอายูมิซังเอาเสียเลย....อาคาชิก็คงเหมือนกัน  เพราะมือข้างนั้นกระชับข้อมือของเขาแน่นขึ้นจนรู้สึกได้เลยทีเดียว

 

 

“อายูมิซัง...มาเที่ยวหรือครับ”

 

 

รู้สึกว่าเข้าหน้าไม่ติดเหมือนเคย  ทั้งที่มันก็เป็นแค่ประโยคธรรมดา แต่ฟุริฮาตะกลับรู้สึกเหมือนเป็นวัวสันหลังหวะ  ขยับตัวนิดๆมาบังมือที่ถูกอาคาชิจับเอาไว้  แต่....

 

 

“ใช่จ้ะ...มากับเพื่อนน่ะ  แล้วนี่มากันแค่ 2 งั้นเหรอ”

 

“เอ่อ...ใช่ครับ”

 

 

ไม่หลุด...ทำไมอาคาชิถึงไม่ยอมปล่อยมือ

 

ฟุริเหลือบมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยสายตาเป็นกังวล  ใบหน้าอาคาชิยังคงเรียบนิ่ง  ไม่หันมาสบตาเลยแม้แต่นิดเดียว  แต่มือที่เกาะกุมข้อมือของเขาไว้บีบแน่นจนรู้สึกเจ็บ  ยิ่งพยายามบิดหนีมากเท่าไหร่ยิ่งเพิ่มแรงให้แน่นขึ้นเท่านั้น

 

เหงื่อเริ่มผุดซึมขึ้นที่หน้าผาก

 

อะไร...อาคาชิเป็นอะไร

 

ถึงตอนนี้ฟุริฮาตะเริ่มรู้สึกถึงอะไรสักอย่างที่ผิดปกติ...มากๆ

 

 

“....คุง”

 

“.......”

 

“ฟุริฮาตะคุง!”

 

“ครับ!”

 

 

คนถูกเรียกสะดุ้งเฮือก  เหงื่อชื้นไปหมดทั้งมือเพราะต้องบิดหนีโดยระวังไม่ให้อายูมิซังสังเกตเห็นได้ไปด้วย  เลยทำให้เขาออกแรงมากไม่ได้  แต่คนที่จับมืออยู่ไม่ยอมปล่อยก็ยังเพิ่มแรงบีบให้มากขึ้นทุกครั้งที่พยายามขัดขืน  ข้อมือตรงนั้นรู้สึกปวดจนต้องนิ่วหน้า  ไม่ต้องก้มมองก็รู้ว่าอีกไม่นานมันคงขึ้นรอยแดง

 

อายูมิเลิกคิ้วนิดๆ  มองเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่เสหลบตา

 

 

“เหม่ออะไรอยู่  พูดอะไรไม่เห็นจะสนใจฟังเลย”

 

“ข...ขอโทษครับ”

 

“ฟุริฮาตะคุงล่ะก็...ช่างเถอะ!  นี่...ไปเดินที่ยวด้วยกันไหมล่ะ  ยังไงก็มากันแค่ 2 คนไม่ใช่เหรอ”

 

“เอ๋?”

 

“ว่ายังไง  สนใจไหม  ทางนี้ก็กำลังเบื่ออยู่เหมือนกัน  เพราะว่าเพื่อนฉันน่ะติดธุระอยู่ทางนู้นไม่ยอมเสร็จสักที  เราไปเที่ยวกันก่อนดีกว่าเนอะ”

 

 

 

“คงต้องขอปฏิเสธ”

 

 

 

ฟุริฮาตะรู้สึกตกใจนิดหน่อย  เมื่อเสียงนุ่มดังขึ้นจากปากอาคาชิเป็นประโยคแรกหลังจากที่เจอกับอายูมิซัง  ทั้งที่น้ำเสียงนั้นก็คุ้นหูเพราะได้ยินมาเป็นประจำทั้งเวลาเจอตัวจริงและคุยโทรศัพท์กันแท้ๆ  แต่กลับมีอะไรบางอย่างที่ต่างออกไป  มันเย็นเยียบ  ฟังแล้วรู้สึกขนลุกซู่  แม้ไม่ได้เป็นคนที่ถูกน้ำเสียงแบบนั้นพูดใส่ก็ตาม 

 

เด็กสาวชะงักไปนิดหน่อยแต่ก็ยังรักษารอยยิ้มหวานเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

 

 

“ทำไมล่ะคะ  ไปเที่ยวด้วยกันเยอะๆสนุกออก”

 

“กลับไปเที่ยวกับเพื่อนคุณซะ  ที่นี่ไม่มีอะไรที่คุณอยากได้หรอก”

 

 

นัยน์ตาจริงจังและทรงอำนาจแบบที่ฟุริไม่เคยเห็นมาก่อน  เหมือนว่าอาคาชิกำลังมีความคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัว  และนั่นมันก็ทำให้รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย 

 

มือที่รั้งอีกฝ่ายไว้กับตัวกระชับแน่น  อาคาชิดึงฟุริทำท่าจะก้าวสวนขึ้นไปโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยลา  คนถูกลากตกใจจนได้แต่อ้าปากค้าง  แต่อายูมิกลับไม่ทำแค่นั้น   เดินหน้าไปได้เพียงก้าวเดียว  เธอก็พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

 

 

“ดูท่าจะหวงกันน่าดูเลยนะคะ”

 

 

น้ำเสียงยังหวาน  แต่ทำให้ฟุริหน้าซีดด้วยลางสังหรณ์บางอย่าที่ตะโกนก้องว่าเด็กสาวนามอายูมิกำลังหาเรื่องใส่ตัวกับคนที่ไม่สมควรที่สุด

 

 

 

“หวงขนาดนี้  หรือว่าจะไม่ใช่แค่เพื่อนกันกันแน่นะ”

 

 

 

อาคาชิชะงักฝีเท้า  ไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้เพียงสักนิด  แต่ฟุริฮาตะรู้...ด้วยแรงบีบตรงข้อมือข้างขวาที่บอกว่าอาคาชิกำลังโกรธ

 

 

“เป็นแต่เพื่อนหรือไม่มันไม่ใช่เรื่องของคุณ  อะไรที่ผมสั่งให้ทำ...หมายความว่าคุณต้องทำ  เรื่องอื่นนอกเหนือจากนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องสอดหน้าเข้ามาอยากรู้”

 

 

เรียบนิ่ง...เฉียบขาด...

 

 

ทั้งน้ำเสียงและสายตามันทำให้เด็กสาวที่ถูกมองชะงักและสั่นไปได้ทั้งตัว  นี่น่ะหรืออำนาจของอดีตกัปตันทีมบาสเทย์โควที่รวบรวมคิเซกิเซไดไว้ในกำมือได้อย่างง่ายๆ  อาคาชิมีเสน่ห์ของผู้นำ...สิ่งที่ฟุริรู้มาตั้งแต่แรกที่ได้เจอหน้ากันอยู่แล้ว  คนๆนี้เป็นคนที่แม้ไม่ได้ทำอะไรเลยก็มีคนพร้อมจะรายล้อมและรับฟัง  เพียงแค่ยิ้มและน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ออกคำสั่ง  อาคาชิก็ทำให้ทุกคนวิ่งตามได้โดยไม่ต้องใช้กำลังบังคับ  และในทางกลับกัน...เมื่อมีด้านที่นุ่มนวลก็ต้องมีอีกด้านหนึ่งที่แข็งกร้าวเอาไว้สำหรับ “สุนัขที่ไม่ยอมเชื่อฟัง”

 

เขากำลังได้เห็นด้านนั้น...ด้านที่น่ากลัวของอาคาชิ  เซย์จูโร่ที่ตั้งแต่แรกจนบัดนี้อีกฝ่ายยังไม่เคยเปิดเผยให้เห็ฯอย่างจริงๆจังๆมาก่อน

 

 

ฟุริฮาตะเป็นสายตาของอายูมิซังลังเล  แม้จะมีร่องรอยความหวาดกลัวในแววตา  แต่เรียวขาสวยบนรองเท้าส้นสูงข้างนั้นก็ยังไม่ก้าวถอยไป

 

อาคาชิหรี่ตาลง  เหมือนอุณหูภูมิในสายตานั้นจะลดลงไปอีกหลายองศา  มือแกร่งดึงข้อมือฟุริให้เดินตาม  วินาทีที่ผ่านร่างเล็กบาง  กัปตันทีมราคุซันก็ทิ้งสายตาคมกริบให้กับเด็กสาวที่ยังยืนนิ่งงัน

 

 

 

“คนที่ท้าทายอำนาจของฉัน  ไม่ว่ามันจะเป็นใครฉันจะไม่ละเว้นทั้งนั้น”

 

 

 

ขาดคำ  ร่างบอบบางของอายูมิก็ทรุดฮวบลงกับพื้นเหมือนหุ่นกระบอกที่โดนตัดเชือก  ฟุริฮาตะเบิกตากว้าง

 

 

“อายูมิซัง!!!”

 

 

ตั้งใจจะถลาเข้าไปหาแต่กลับโดนกระชากกลับ  แล้วลากพรวดๆให้พ้นจากตรงนั้นทันที

 

 

“อาคาชิ!!”

 

 

ฟุริฮาตะร้องเสียงหลง  แต่คนถูกเรียกไม่ฟังเสียง  อาคาชิกระชับข้อมือฟุริไว้แน่น  อีกฝ่ายจะเอ่ยปากว่าเจ็บก็ไม่มีท่าทีว่าจะผ่อนแรง  ฟุริหันกลับไปมองรุ่นพี่สาวที่ตนเองเคยหลงใหล  ร่างงามระหงยังคงทรุดอยู่ที่เดิม  เขามองไม่เห็นใบหน้าเธอว่าเป็นอย่างไร  แต่ศีรษะนั้นก้มลงและไหล่ของเธอสั่นสะท้าน  ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเลย  ดูเหมือนยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองด้วยซ้ำ

 

 

“อาคาชิ! นี่!  เดี๋ยวก่อนสิ”

 

 

ท่าทีของอาคาชิเปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ  เด็กหนุ่มบังคับให้เขาเดินออกห่างคินคะคุจิโจวไปเรื่อยๆเหมือนมุ่งหน้าไปยังทางออกโดยที่ยังไม่ได้เข้าไปดูภายในกันเลยแม้แต่น้อย  คนถูกลากวางมือทับลงไปบนมือหนาที่เกาะกุมตัวเองไว้เพื่อแกะออกอย่างตกใจ  คิ้วเรียวของอาคาชิขมวดฉับ  เพิ่มแรงบีบมากขึ้นจนฟุริฮาตะหลุดเสียงร้อง  หางตามีน้ำเอ่อคลอ  ยิ่งดิ้นอาคาชิยิ่งบีบแน่น  ไม่สนใจว่าใครจะมองแค่ไหนหรือคนข้างหลังจะร้องว่าเจ็บอย่างไร  กัปตันทีมราคุซันใช้มืออีกข้างที่ว่างหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง  กด 2-3 ครั้งแล้วโทรออก  ไม่ถึงอึดใจอีกฝ่ายก็รับสาย  เสียงเย็นเยียบสั่งอะไรสั้นๆก่อนตัดทิ้ง

 

ทันทีที่ลากฟุริฮาตะมาจนถึงหน้าประตูใหญ่  โรลส์รอยซ์คันหรูก็ปราดเข้ามารับอย่างรวดเร็ว

 

มือแกร่งเหวี่ยงวูบเดียวส่งตัวฟุริฮาตะเข้าไปในรถ  ก้มตัวตามลงมาแล้วปิดประตูดังปัง!!

 

 

“ขับไป!”

 

 

สิ้นคำสั่ง....แม้ไม่ระบุว่าจุดหมายปลายทางคือที่ไหน  รถยุโรปคันหรูก็พุ่งทะยานออกไป

 

 

 

 

 

 

 

IN THE NAME OF LOVE

 

 

 

 

 

 

ฟุริฮาตะตัวสั่น  ทันทีที่ประตูรถปิดลง  ในห้องโดยสารก็เงียบยิ่งกว่าเงียบ  บรรยากาศชวนให้อยากผลักประตูอีกข้างแล้วกระโดดลงไปเสียเดี๋ยวนั้น   อาคาชิน่ากลัวกว่าทุกครั้ง  โดยเฉพาะนัยน์ตาคู่นั้น....สายตาเย็นชาและเกรี้ยวกราดที่ทำให้รู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัว

 

ข้อมือเขายังอยู่ในมืออีกคน  อาคาชิไม่ยอมปล่อยเลยแม้ว่าจะขึ้นมาบนรถด้วยกันแล้วก็ตาม  ฟุริฮาตะขยับตัวนิดๆอย่างอึดอัด  และนั่นดูเหมือนทำให้อาคาชิไม่พอใจจนกรากตัวเขากลับมาแล้วถามอย่างดุดัน

 

 

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”

 

 

คนถูกถามสะดุ้งสุดตัว  ฟุริฮาตะลังเลเพยงชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจตอบด้วยคำตอบที่ดูปลอดภัยกับตัวเองและรุ่นพี่สาวมากที่สุด

 

 

“คะ...แค่คนรู้จัก”

 

“โกหก!”

 

 

มือแข็งๆกระชากตัวฟุริเข้ามาชิดอีก  ข้อมือข้างที่ถูกใช้กำลังบวมแดงและช้ำจนรู้สึกได้  ยิ่งถูกบีบแน่นเข้าก็ยิ่งเจ็บจนน้ำตาแทบจะร่วงอีกครั้ง

 

 

“สายตานายบอกว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แค่คนรู้จักทั่วไป  เธอเป็นอะไรกับนาย  โคคิ  ตอบมา!”

 

“อาคาชิ  ฉันเจ็บ!”

 

“ตอบ!!”

 

“ป....เป็นคนที่เคยบอกว่า  ถ้าฉันเป็นที่ 1 ในอะไรสักอย่างได้จะยอมคบกัน”

 

 

อาคาชินิ่งงัน....ก่อนที่นัยน์ตาที่เคยเย็นเฉียบจนถึงจุดเยือกแข็งจะเกรี้ยวกราดราวกับคนถูกมองจะโดนแผดเผาด้วยกองไฟ 

 

 

“คนนี้เองสินะ”

 

 

เสียงที่เอ่ยลอดไรฟันแทบจะกลายเป็นเสียงคำราม  ฟุริฮาตะตัวไหวเยือก  แม้จะกลัว  แต่ก็มีอีกอย่างที่ไม่ถามไม่ได้

 

 

“ม...เมื่อกี้ทำอะไรอายูมิซังน่ะ”

 

 

อาคาชิยกยิ้มแบบที่ฟุริไม่ชอบเอาเสียเลย

 

 

“ทำไม  เป็นห่วงหรือไง”

 

“อย่าหาเรื่องกันสิ  ไม่เหมือนอาคาชิคนเดิมเลย”

 

“แล้วนายรู้หรือไงว่าฉันเป็นคนแบบไหน”

 

“อึ่ก!”

 

“ฮึ! ทั้งที่ก็ไม่ได้รู้อะไรสักเท่าไหร่แท้ๆ  กล้าพูดซะจริงๆนะ”

 

“แล้วจริงๆอาคาชิเป็นคนแบบไหนล่ะ!  หมายความว่าที่ผ่านมาโกหกฉันมาตลอดเลยหรือไง!”

 

 

อาคาชิไม่ปฏิเสธหรือตอบรับ  แต่นัยน์ตา 2 สีโชนแสงจ้า

 

 

 

“อยากรู้ไหมล่ะ”

 

 

 

ฟุริฮาตะสะอึก  เหมือนมีแรงดึงดูดให้ต้องสบตาโดยไม่อาจหันหนีไปไหน  แม้ดวงตาคู่นั้นจะทำให้เขาหวาดกลัวจนอยากร้องไห้ก็ตาม 

 

 

“อยากรู้ไหมล่ะว่าจริงๆแล้วฉันเป็นคนยังไง”

 

 

ดวงตาคมกริบจัดจ้าแฝงด้วยร่องรอยของความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้ฟุริฮาตะเย็นวาบไปทั้งตัว  เด็กหนุ่มนิ่งงัน  ทั้งร่างถูกแข็ง  เหมือนกบตัวน้อยที่ถูกงูใหญ่จ้องมอง  สัญชาตญาณของเขาบอกให้หนีอันตรายที่อยู่ตรงหน้า  แต่ตอนนี้เขากลับไม่มีสติพอจะดิ้นรนหาหนทางรอดให้กับตัวเองได้เลย

 

ข้อมือที่ตอนนี้ชาจนแทบไม่มีความรู้สึกแล้วถูกรั้งเข้าไปชิดให้เนื้อตัวขยับเข้าใกล้กันเข้าไปอีก  นัยน์ตาเอ่อคลอด้วยน้ำสั่นระริก  เหมือนจะถูกดูดเข้าไปในดวงตาคมกริบคู่นั้น  ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามาใกล้  ฟุริฮาตะขบริมฝีปากตัวเองแน่น

 

 

 

“ไม่!”

 

 

 

ในอึดใจเดียวที่รวบรวมสติได้  เด็กหนุ่มบิดตัวเองให้หลุดออกจากการเกาะกุมโดยไม่สนใจว่าข้อมือที่ระบมอยู่แล้วจะเจ็บมากสักแค่ไหนก็ตาม  ฟุริฮาตะผลักอาคาชิออกไปจนสุดแขน....และนั่นคือการตัดสินใจที่ผิดพลาด

 

 

แผ่นหลังของกัปตันทีมราคุซันกระแทกกับประตูรถดังปั่ก  ฟุริฮาตะลนลานหนี  แต่ขยับตัวได้เพียงนิดเดียว  อาคาชิก็กระโจนเข้าหาราวกับสัตว์ร้าย  ข้อมือ 2 ข้างที่เพิ่งได้ริบอิสระมาหมาดๆถูกรวบเข้าหากัน  ฟุริหงายหลังลงกับเบาะ  คนที่แข็งแรงกว่าโถมตัวลงทับ  ฟุริฮาตะดิ้นสุดแรง  แต่ทั้งที่รูปร่างไม่แตกต่างกันมาก  ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ต่างกันก็ทำให้เขาสู้แรงอาคาชิไม่ได้อยู่ดี

 

ยิ่งออกแรงดิ้นยิ่งเหมือนทำให้ถูกโกรธ  อาคาชิคำรามอยู่ในลำคอ  นัยน์ตาวาวโรจน์  ริมฝีปากฉกวูบลงมาแต่ฟุริฮาตะสะบัดหน้าหนี  เป้าหมายของมันเลยถูกเบี่ยงไปที่มุมปากและข้างแก้มแทน

 

 

อ...อะไร!!

 

อาคาชิจะทำอะไร!!

 

 

ฟุริฮาตะเย็นวาบในอก  เด็กหนุ่มหลับตาแน่น  ออกแรงดิ้นอีกครั้งแต่ไม่เป็นผล  ที่ทำได้มีเพียงการเบี่ยงหน้าหนีจนสุดความสามารถ  จูบแรงๆไล่ไปตามข้างแก้มเรื่อยไปถึงใบหูอย่างจาบจ้วง  ก่อนอาคาชิจะเลื่อนใบหน้าลงมาซุกไซ้ลำคอที่เปิดโล่ง

 

ฟุริร้องเสียงหลง  บนรถที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง  หนทางที่จะหนีถูกปิดตายด้วย 2 แขนและแผ่นอก  ไม่มีทางที่จะหนีออกไปจากตรงนี้ได้เลย  ฟันคมขบย้ำลงบนเนื้ออ่อนอย่างไม่ปรานีปราศรัย  ไม่มีแม้แต่แรงดิ้นเมื่อสัมผัสชื้นแตะตรงฐานคอ  กระแสไฟอ่อนๆแล่นปราดทั่วร่างไปหมด    คนข้างบนลงน้ำหนักมาจนอึดอัด  ฟุริฮาตะครางเบาๆอย่างสิ้นหวัง  ปรือเปลือกตาขึ้นมานิดๆ  เห็นเพียงเรือนผมสีแดงของคนที่ซุกอยู่ตรงซอกคอกับไหล่กว้างตึงแน่นใต้เสื้อเชิ้ตที่กักกั้นทางหนีของเขาไว้  ยิ่งดิ้นอาคาชิยิ่งลงแรง  เบนสายตาไปข้างหน้าก็เห็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของศีรษะที่ตั้งตรงโผล่พ้นเบาะคนขับของพ่อบ้านสูงอายุ  มัตสึโอกะซังมองตรงไปข้างหน้าไม่ไหวติง  ราวกับไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นบนเบาะหลังเลยแม้แต่นิดเดียว 

 

มองผ่านหัวไหล่ของอาคาชิไปยังกระจกรถฝั่งตรงข้าม  ฟุริฮาตะมองเห็นท้องฟ้าเคลื่อนที่ผ่านสายตา  รถโรลซ์รอยส์คันนี้คงขับวนไปเรื่อยอย่างไม่มีจุดหมายจนกว่าคำสั่งจะมีการเปลี่ยนแปลง

 

นานจนแทบจะทนไม่ไหว  เสื้อที่ใส่ถูกกระชาก  ทั่วทั้งต้นคอและไหปลาร้าชื้นแฉะด้วยปลายลิ้น  ติ่งหูที่ถูกขบกัดพร้อมๆกับรู้สึกที่ลมหายใจร้อนผ่าว  กี่ครั้งกี่ครั้งก็ทำให้ฟุริฮาตะหลับตาแน่น  ถูกกระตุ้นจากทั้งริมฝีปาก  ปลายนิ้ว และเนื้อตัวอุ่นๆที่เบียดลงคลุกเคล้าจนรู้สึกอึดอัดตรงกลางลำตัว 

 

เด็กหนุ่มเม้มปากแน่น  เนื้อตัวสั่นเทา  เบี่ยงหน้าหนีจนถ้าซุกทั้งหมดลงกับเบาะหนานุ่มได้เขาก็คงทำ  ข้อมือที่ถูกกดรู้สึกชา  ริมฝีปากร้อนผ่าวจาบจ้วงองอาคาชิยังคงขบกัดไปเรื่อยเหมือนไม่รู้จักพอ

 

 

“ป...ปล่อย”

 

 

เอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ

 

 

“ไม่เอาแล้ว  อาคาชิ  ฮึก! ฉันกลัว”

 

 

 

ผิวกายสั่นระริก...เมื่อทุกอย่างมาถึงขีดจำกัด น้ำตาก็ไหลออกมา

 

 

 

คนที่ใช้ความรุนแรงราวกับสัตว์ป่าและไม่ฟังอะไรเลยมาตั้งแต่เมื่อครู่หยุดชะงัก  อาคาชิมองคนที่อยู่ใต้ร่างด้วยสายตาที่เย็นลง  แต่ยังคงเคร่งเครียดและจริงจัง  จูบที่บ้าคลั่งนั่นหยุดลงแล้ว  อาคาชิปล่อยมือออกจากข้อมือเล็กที่ถูกบีบจนขึ้นรอยช้ำแดง  แผ่นอกเล็กสะท้อนขึ้นลง  ลำคอขาวเต็มไปด้วยรอยจูบแดงเป็นปื้น  บางจุดเป็นรอยขบกัดที่ยังมีเลือดไหลซิบ  อาคาชิมองมันด้วยความรู้สึกหลากหลายอย่าง  แต่ไม่มีความรู้สึกผิดเจือปนอยู่ในดวงตานั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

 

กัปตันทีมราคุซันโน้มตัวลงมาใกล้อีกครั้ง  นัยน์ตา 2 สีเฝ้ามองคนในอ้อมแขนที่เกร็งตัวขึ้นมาฉับพลัน  

 

อาคาชิกระซิบ.....

 

 

 

 

“นี่แหละคือฉัน”

 

 

 

 

ทันทีที่อ้อมแขนนั้นละออก  ฟุริฮาตะก็ลนลานดันตัวลุกขึ้น  รวบคอเสื้อเข้าหากันแล้วซุกตัวติดกับประตู  รถอีกฝั่งอย่างขวัญเสีย  ทั้งที่คิดว่าน้ำตาคงไหลเป็นทาง  แต่เอาเข้าจริงนอกจาก 2-3 หยดแรกที่รินออกมาเพราะความตกใจกลัวแล้วเขาก็ไม่ได้ร้องไห้อีกเลยนอกจากมีเพียงขอบตาเท่านั้นที่แดงก่ำ 

 

อาคาชิยืดตัวขึ้นนั่งอีกฝั่ง  พ่อบ้านคนเก่าแก่เหลือบมองกระจกส่องหลังเมื่อเป็นว่าทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว  มัตสึโอกะซังเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ

 

 

“จะให้ขับวนต่อไปไหมครับ”

 

 

เบาะหลังมีเพียงความเงียบที่น่าอึดอัด  แทรกด้วยเสียงหอบหายใจแรงๆที่คงจะไม่หายไปง่ายๆ

 

อาคาชิท้าวแขนกับประตูรถ  ใบหน้านิ่งเฉยเหมือนรูปสลักน้ำแข็ง  อึดใจใหญ่กว่าเสียงเรียบจะดังขึ้น

 

 

“กลับบ้าน”

 

 

 

 

 

มัตสึโอกะรับคำแล้วตบไฟเลี้ยว....

 

 

 

 

 

 

(TBC)

 

-  เละ 
-  อาจจะอ่านแล้วงงๆไปบ้าง  เพราะเรื่องนี้ถึงจะเป็น God eye's view แต่ก็มักจะเล่าแต่ในมุมมองของฟุริตลอด  บางคนอ่านแล้วอาจจะหงุดหงิดสักหน่อยว่าอาคาชิช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย  ยังไม่ทันได้รู้ว่าผู้หญิงเป็นใครก็โมโหไปก่อนแล้ว....มันมีตัวแปรของอาคาชิที่ทำให้เรื่องเป็นแบบนี้ค่ะ :) โอกาสหน้าเดี๋ยวอาจจะได้เอามาเขียนเล่าให้ฟัง  อาจจะเป็นท้ายเรื่องหรือไม่ก็ตอนพิเศษ ติดตามกันต่อไปนะคะ ตอนนี้อ่านในมุมมองของฟุริกันก่อนแล้วกันค่ะ 55555
-  ลงช้าหน่อยแต่ก็ลงแล้วน้า ขอโทษที่ทำให้รอนานด้วยค่ะ  m(_ _)m แต่คาดว่าหลังจากนี้ก็ต้องรอนานๆไปแบบนี้นี่แหละ 55555
-  เจอกันตอนหน้าค่ะ 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

โอ้ยยยยยยยยยยยย จริงๆต้องขอบคุณ อายูมิซังมากๆนะคะ 55555 5 ถ้าไม่มีเธอคนนี้ คงไม่ได้เห็น เซจจี้ด้านแบบนี้ รอและ ใฝ่ฝันมานานแล้วคะ อยากจะทำร้ายฟุริให้ร้องไห้ตาเหลืออกมานานแล้ว
 
 อุ้ย..ไม่ดีๆ ตอนนี้สนุกมากกกกคะ(จริงๆก็ทุกตอนแหละ) สู้ๆนะคะะ รอเฝ้า ติดตาม และ สโตกเกอร์ อยู่นะคะะ X'DD 
ปิ๊วๆๆๆ Hot! Hot! Hot!

#1 By mit-chan on 2013-05-04 20:45

กว่าจะอ่านจบ..ต้องหยุดพักมากรีดร้องหลายรอบมากเลยค่ะ
นี่แหละคือฉัน << ประทับใจประโยคนี่ที่สุดแล้วค่ะ!!
มันให้ความรู้สึกเป็นกัปตันที่สุดเลยล่ะค่ะ!! ตอนนี้เข้าใจความรู้สึกของกัปตันทุกกระเบียดนิ้วเลยค่ะ แบบใครเห็นคนที่รักยังมีเยื่อใยให้อยู่ก็ต้องหึงหวงกันเป็นธรรมดา ถึงจะบางแค่ไหนก็เถอะค่ะ แต่ที่มันดูรุนแรงก็เพราะนี่แหละคือกัปตันใช่มั้ยค่ะ!!!
ส่วนฟุริซวยไปนะลูก ฮาาาา นี่แหละคือกัปตัน!! ชอบประโยคนี่จริงๆนะคะ แต่จะว่าฟุริซวยก็ไม่ถูก.. เอาเป็นว่าไม่ค่อยมีโชคเรื่องความรักก็แล้วกันนะคะ!!
ปล.ขอโทษค่ะที่เม้นไร้สาระ OTL

#2 By Mi-U on 2013-05-04 20:59

โฮ ตอนนี้ดูรุนแรงมากๆค่ะ เอิ๊กก/ในหลายๆความหมาย ฟินกันไปตั้งแต่ตอนอาคาชิตอกใส่อายูมิซัง ฉากบนรถนี่ทำเอาก๊าวแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้เลย ลุ้นมากกับปฏิกิริยาทั้งสองฝ่าย555 พอเห็นท่อนที่ว่า "ในสายตาไม่มีแววรู้สึกผิด" เลยนี่ โฮกมากกรี๊ดด////
สู้ๆนะคะรอตามอ่านอยู่ค่า หนุกจริงจังแงง Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By NValee on 2013-05-04 21:14

อ่านตอนนี้แล้วอยากจะไปเป็นมัตสึโอกะซังจริงๆ

อาคาชิขาา ไปไวมากค่าา รุนแรงสุดๆ

บนรถไม่เกรงใจใครเลยนะคะ555

รออ่านตอนต่อไปอย่างจดจ่อเลย มาไวๆนะค้าconfused smile

#4 By KUM!KO on 2013-05-04 22:37

อ่านตอนแรกๆ ที่มีนังผู้หญิงริอาจคิดมาเกี่ยวฟุริไปเป็นตัวฆ่าเวลา อยากจะบอกใจจะขาดว่า...ท่านกัปตันเจ้าขา~ เอาใจดิฉันไปเลย!!!
....
พออ่านถึงครึ่งหลัง...อุแม่เจ้า=[]=
กัปตันคะ...ดิฉันยอมถวายตัววววววว!!!!
คนอะไร หึงได้ออกหน้าออกตาดีแท้ ชอบท่านกัปตันของพี่เมทจริงๆค่ะ
ส่วนฟุริจัง จงทำใจเถอะนะ กัปตันเขาทำไปก็เพราะรักฟุริจังจริงจังนะเออ
(แลตรูเข้าข้างกัปตันจังนะวันนี้....)

#5 By Hina_Sakura on 2013-05-04 22:55

กัปตั๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน ตอนนี้ปล่อยประโยคเด็ดออกมาเยอะมากนะคะ แต่ที่ทำเอาลงไปดิ้นตายคงไม่พ้น
"นี่ล่ะคือฉัน"
อายูมิซังคะ...ไม่สงสารที่ทำให้กัปตันโกรธแล้วโดนไปขนาดนั้นหรอกนะคะ ขอบคุณด้วยซ้ำไป ถ้าไม่มีอายูมิซัง กัปตันก็จะไม่ตบะแตก สติแตก เร็วขนาดนี้
ฉากฟุริร้องไห้น่ารักโฮกกกกก อยากสงสาร แต่แบบ...งวดนี้อยู่ข้างกัปตันนะ ขอโทษนะฟุริ
กัปตันหึงได้...รุนแรงมาก... เข้าสู่โหมดราชาแล้ว!!!!

#6 By AquaTales on 2013-05-04 22:56

//หอบหื่น เอ้ย หอบหืดกำเริบ
อ่านรวดมาหลายตอน ลงที่ตอนนี้ปุ๊บกรี๊ดไม่เป็นภาษามากกกกกก
ท่านค๊าาาาาาาาาาาาาา
มันเป็นอะไรที่อ่านบรรทัดหนึ่งพี่หยุดกรี๊ดแล้วค่อยต่ออีกบรรทัดเกือบทั้งตอนนนน
แอบคิดอยู่เหมือนกันว่ากัปตันกำลังจะรุก แล้วก็รุกได้ <span id="mce_noneditablecaret">$#$^^@&^$^* /สครีมไม่เป็นภาษา
</span>

#7 By Hydae_[3005] on 2013-05-04 23:18

big smile big smile big smile

#8 By sun (103.7.57.18|202.29.6.210) on 2013-05-05 00:25

อ่านแล้วก็ไม่เคยจะเมนท์จนฟิคปาเข้าไปกว่ายี่สิบตอนแล้วจากรวมทั้งหมด
จะเมนท์หลายทีแล้วแต่ก็เมนท์ไม่ค่อยติด วันนี้ได้มีโอกาสเปิดคอมแล้วก็ขออนุญาตรวบเลยนะคะ ต้องขอโทษด้วยนะคะทั้งที่อุตส่าห์ตั้งใจแต่งมาให้อ่านแท้ๆ แต่คนอ่านแบบเราทำพฤติกรรมไม่ดี
จริงๆจะบอกว่าเป็นฟิคแดงฟุริที่เราชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกตั้งแต่อ่านมาเลย

คือท่านแบบท่านมากกกกกโคตรจักรพรรดิ หล่อแม้กระทั่งเห็นคำบรรยายแค่ย่อหน้าแรก แม้เราจะไม่ได้เป็นเมนคุณท่าน แต่ก็อดที่จะปันใจให้ไม่ได้
เรื่องนี้ท่านแบบใจดี(ในแบบของท่านที่ควรจะเป็นน่ะแหล่ะ) รุก(ในแบบที่ท่านควรจะเป็น) แล้วก็แรง(ในแบบที่ท่านควรจะเป็น)

จะพูดไงดีก็เอาเป็นว่าตามนั้น แต่อ่านเรื่องนี้แล้วอยากจะเป็นฟุริ แล้วก็อยากจะเป็นอาคาชิด้วย มันมุมิๆมาก เหมือนความสัมพันธ์ของทั้งสองจำดำเนินไปแบบเรื่อยๆ แต่มันก็มีรายละเอียดของความรู้สึกขณะที่กำลังก้าวเดิน จุดที่ตลกก็ขำ จุดที่แอบอมยิ้มก็มีอยู่บ่อยๆ
เอาเป็นว่าสรุปว่าชอบมากค่ะ ถ้าจะเมนท์มากกว่านี้เดี๋ยวจะโดนหาว่าน้ำเน่าอ้ะ
(แต่ที่สุดที่อ่านมาคือตอนที่ฟุริพยายามหาเหตุผลว่าจะเป็นแค่เพื่อนกับอาคาชิ ตอนนั้นฮาสุด อ่านแล้วขำไม่เกรงใจใครในบ้านซักคน)

ขอตัดไปเมนท์ของตอนนี้นะคะ
จุดที่พีคในตอนคือที่อาคาชิบอกว่า "นี่แหล่ะคือฉัน"
อ่านแล้วแบบเฮ้ย แล้วไง แล้วที่ผ่านมาที่ฟุริคิดไปล่ะนั้นคือใคร อาคาชิแรง (แต่ก็ยังหล่ออยู่ดี)
แต่ก็นะก็พอจะเข้าพื้นฐานนิสัยของอาคาชิ(ตามเรื่องจริง)อยู่บ้าง ก็ไม่แปลกว่าอาคาชิทำไมถึงแสดงออกแบบนั้น
แต่ว่าแล้วความรู้สึกของฟุริมากกว่า อ่านแล้วอยากรู้ว่าจะก้าวไปในทิศทางไหน ลุ้นมากกกกกกก

ไม่ต้องรีบร้อนนะคะ ยังไงก็รอได้อยู่แล้ว
จะคอยติดตามแน่นอน และถ้ามีโอกาสจะรวมเล่มอย่าลืมบอกนะคะ จะอุดหนุนแน่นอน ชอบมากจริงๆ
ไม่ได้ยอนะคะ สารภาพเลย big smile big smile big smile big smile big smile

#9 By 岡✦ on 2013-05-05 02:55

แอร๊ ตื่นมาอ่านตอนนี้ นอนจิกผ้าห่มด้วยความเขิน sad smile /มันน่าเขินตรงไหน

ตอนแรกหมั่นหน้าอายูมิซังมากเลย
แต่สุดท้ายก็...
ดีละที่นางมา กัปตันจะได้surprised smile
/อธิบายไม่ถูกเจอตัวตนที่แท้จริงของอาคาชิ
ดาเมจใจอย่างรุนแรง /ปาดาว Hot!

อาจเพราะเราชอบเมะหึงโหดยันๆเป็นทุนเดิม เลยรู้สึกว่าตอนนี้อาคาชิโคตรเท่ /ปาดาวอีกรอบ Hot! เป็นแฟนอวยอาคาชิค่ะ ต่อให้ท่านจะรู้สึกผิด(แต่ก็ดันไม่รู้สึกอีก) ก็ยังเห็นว่านั่นก็ถูกแล้ว แบบว่าเห็นอำนาจอธิปไตยในแววตาของท่าน 5555555

แบบว่าฟินแต่เช้าเลยแฮะ sad smile
หวังว่ากลับบ้านไปท่านจะไม่เปิดเผยตัวตนจนฟุริembarrassed embarrassed /มันอธิบายไม่ได้อีกละ (แม้ว่าแม่ยกจะชอบมากก็ตาม)

#10 By Aommino on 2013-05-05 09:01

ああっ....
ควีนคะ...
ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครมั่งล่ะ นี่แหละคือฉันมั่งล่ะ
ประกาศตัวสุดๆเลยนะว่าหวง
แต่ฟุริจะรู้รึเปล่่าว่าทำไมอาคาชิซามะถึงทำแบบนี้
น่าจะรู้...
อ๊าาา!! คิดอะไรไม้ออกเลย! รอตอนต่อไปนะคะ!!

#11 By Hitsugaya~kun on 2013-05-05 10:22

หึง หึงได้รุนแรงมากเลยกัปตัน!! SM ได้โล่(ฮ่า!) มันต้องอย่างนี้ซี่ ฉากที่รอคอยมานาน!
อายูมิกล้ามาก...แต่ก็มอบโล่ให้เธอที่ทำให้มีตอนนี้(เฮ!!) 
ฟิคนี้กัปตันกินขาด ชนะ WIN! เฮ!!
ฟุริ นายต้องเป็นกลัวจนตัวสั่นแบบนี้ไปเรื่อยๆนะ จะได้ SM สมใจคนอ่าน -..-

#12 By Taocao on 2013-05-05 14:41

“นี่แหละคือฉัน”
^
^
บันซายยยยยยยยยยยยยยยยท่านราชาาาาาาาาาาาา
อยากจะไปเกลือกกลิ้งแทบเท้าท่านแล้วกระโดดซบขาให้ท่าานถีบเล่นด้วยความเอ็นดูจริงจริ๊งงงงงง  (สาบานนะว่าเราไม่ M แต่ท่านราชา S ได้ใจจริงๆผับผ่าสิ)

#13 By fukaze on 2013-05-05 15:33

เละค่ะ....
เละตั้งแต่ฟุริยันความสัมพันธ์ที่เคยสร้างกันมาเลยทีเดียว
กัปตานนนนน ระเบิดครั้งเดียวมาดอบอุ่นตั้งแต่ตอนแรกๆหายเกลี้ยง เหลือแต่ทุ่งข้าวสาลี ;w;
กลับบ้านแล้วจะโดนทำอะไรอีกไหมนะ...
ฉันจะเอาใจช่วยใครดี!!
/มีลังเล
รออ่านค่ะ

#14 By YokeK.N. on 2013-05-05 16:57

"นี่แหละคือฉัน"
.ฉัน
คำนี้สะท้อนในหูวนไปวนมา ได้ฟังแล้วแบบ
ฟุริไม่เอา ฉันเองก็ได้
ไม่ไหวแล้ว ชอบอาคาชิเลวๆนะ แต่ก็สงสารฟุริที่รัก โอ้ย ต่อไปฟุริฉันจะเป็นอย่างไงนี้!?
พี่เมทเจอกันตอนหน้าค่ะ open-mounthed smile open-mounthed smile

#15 By FMA' Ling on 2013-05-05 23:23

"นี่แหละคือฉัน"
.ฉัน
คำนี้สะท้อนในหูวนไปวนมา ได้ฟังแล้วแบบ
ฟุริไม่เอา ฉันเองก็ได้
ไม่ไหวแล้ว ชอบอาคาชิเลวๆนะ แต่ก็สงสารฟุริที่รัก โอ้ย ต่อไปฟุริฉันจะเป็นอย่างไงนี้!?
พี่เมทเจอกันตอนหน้าค่ะ open-mounthed smile open-mounthed smile

#16 By FMA' Ling on 2013-05-05 23:23

กัปตันนนน กัปตันนน!!
ในที่สุด ฉากแบบนี้   เฮือกกก นี่แหละ ขอบคุณสตรีนางนั้นมากๆ ที่ทำให้กัปตันแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา แอร้ยยยย >///<
ดราม่ากำลังได้ที่ -//- ถึงจุดแตกหักแล้วสินะ แฮร่
ฟิคสนุกมากเลยค่า

#17 By Miruna on 2014-04-07 21:02

อายูมิซังคือตัวเร่งปฏิกริยาสินะ
โฮรกกกกกก ท่านอาคาชิคะ จะทำอะไรอายมัตสึโอกะซังด้วยค่ะ
คนอ่านยังอาย(ฟิน)แทบจะกัดหมอนขาด

#18 By NAU-chan (58.11.183.15|58.11.183.15) on 2014-04-24 22:11

อ่านไปอ่านมาชักรู้สึกอยากขอบคุณอายูมิซังคนนั้นตะหงิดๆ
เพราะถ้าคุณเธอไม่ผ่านมาอาคาชิคงไม่ตัดสินใจทำแบบนี้กับฟุริแน่นอน (ง่ายๆ ยัยนี่มันหื่น ก็เลยชอบ // โดนตบ)
แต่ตอนที่บอกว่า "ในสายตาไม่มีแววรู้สึกผิด" นี่แบบ...ท่านทำอะไรก็ไม่ผิดจริงๆ สินะ =[]=!!
ชอบประโยคที่บอกว่า "นี่แหละคือฉัน" ที่สุดแล้วอ่ะ อาคาชินี่แบดนิ่งได้ใจจริงๆ ><

#19 By Guitar KP Destiny on 2014-04-27 14:11